Yes!! ในที่สุดก็มาไทยซะที สกินแคร์กลุ่มใหม่จาก Shiseido "ESSENTIAL ENERGY"

ที่ต้องบอกว่า “Yes!! ในที่สุดก็มาไทยซะที” ก็เพราะรอมานานจริงๆค่ะ สกินแคร์กลุ่มนี้จาก Shiseido ที่นีน่านับว่าเป็นหนึ่งในวิทยาการที่ใหม่ที่สุด ได้ฟังเทคโนโลยีของเค้าแล้วว้าวที่สุด ในวงการ skincare เลยก็ว่าได้ นีน่าได้มีโอกาสไปงานเปิดตัวสกินแคร์กลุ่มนี้ที่มีชื่อว่า ESSENTIAL ENERGY ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ

22

ต้องบอกว่าเป็นการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือว่าเป็นกลุ่มสกินแคร์ที่ทาง Shiseido ภูมิใจนำเสนออยากให้ทุกคนได้ทดลองใช้ นีน่านั่งฟังนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เค้าใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แล้วรู้สึกว่าอยากลองใช้ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

Technology behind ESSENTIAL ENERGY

เทคโนโลยีที่ว่านี้ ชื่อว่า “ReNeura” ค่ะ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปลุกพลังความงามให้ผิวกลับดูสุขภาพดีและตอบรับประสิทธิภาพของสกินแคร์ได้ดียิ่งขึ้น เนื่องด้วยทาง Shiseido ได้ค้นพบว่าในวัยที่มากขึ้น ผิวของเราจะตอบรับต่อสกินแคร์ได้แย่ลง นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม บางทีเราใช้ครีมตัวนึงแล้วรู้สึกว่าผิวดีขึ้นมากๆ แต่เวลาผ่านไปผิวกลับรู้สึกไม่ได้ดีเหมือนเดิม ทั้งๆที่เราใช้ครีมตัวเดิม ส่วนผสมเดิมทั้งหมด อันนี้นีน่าฟังแล้วพยักหน้าหงึกๆเลยค่ะ เพราะนีน่าก็เจอปัญหานี้บ่อยมากๆ

L1070270

เมื่อค้นพบทฤษฎีนี้ ทาง Shiseido จึงใช้หลักการ Neuroscience เพื่อช่วยให้ผิวของเราตอบรับต่อประสิทธิภาพของสกินแคร์ได้ดีมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าวัยจะร่วงเลยไปขนาดไหน ถ้าผิวเรามีสุขภาพที่ดี การใช้สกินแคร์ต่างๆก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ ด้วย ReNeura Technology จึงเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ขึ้นมาค่ะ “ESSENTIAL ENERGY”

6 copy

Ingredients & Benefits

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ESSENTIAL ENERGY มีส่วนผสมหลัก 2 ตัวด้วยกันค่ะ ตัวแรกคือ Active Response Powder เป็นผงแป้งที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าผงแป้งทั่วไป ช่วยให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์สามารถกระจายลงบนผิวได้ทั่วถึงในทุกๆการเคลื่อนไหวของนิ้วมือของเรา

18ส่วนผสมอย่างที่ 2 คือ Ahitaba α Extract หรือสารสกัดจากใบ Ashitaba ค่ะ เป็นพืชชนิดหนึ่งที่เกาะฮะจิโอะจิมะของญี่ปุ่นที่ได้รับการขนานนามว่า “ใบไม้ของวันพรุ่งนี้” เพราะเมื่อไรที่เราเด็ดใบของมัน ก็จะงอกขึ้นใหม่ในวันถัดมาทันที ซึ่งในอดีต Ashitaba ถูกนำมาใช้เป็นยารักษากันต่อเนื่องหลายศตวรรษ เพราะเปี่ยมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยฟื้นบำรุงผิวจากความเสียหาย นีน่าได้มีโอกาสเห็นพืชชนิดนี้จริงๆเมื่อตอนไปญี่ปุ่น เลยถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆด้วยค่ะ

2 ด้วยส่วนผสมหลักทั้ง 2 อย่างนี้รวมกับ Bio-Hyaluronic Acid, สารสกัดจากผลเปลือกส้ม Unshiu ใบชา ไข่มุก และรากต้น Soutella Baicalensis ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม ESSENTIAL ENERGY มีคุณสมบัติช่วย..

  1. เพิ่มความสามารถในการตอบรับประสิทธิภาพของสกินแคร์ให้ดียิ่งขึ้น
  2. ฟื้นบำรุงและช่วยลดเลือดริ้วรอยให้ดูจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ให้ความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งและเนียนนุ่มสุขภาพดี

The Packaging

นอกจากวิทยาการจะล้ำแล้ว อีก 1 สิ่งที่ถูกใจนีน่ามากๆคือบรรจุภัณฑ์ค่ะ เรียกได้ว่าทาง Shiseido สามารถนำเอา Science & Art มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จริงๆค่ะ ปรบมือให้รัวๆ ^^

19ตัว packaging หรือกระปุกครีมที่เราเห็นกัน ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของถ้วยน้ำชาญี่ปุ่นแบบโบราณค่ะ เรารู้อยู่แล้วว่าคนญี่ปุ่นให้ความใส่ใจกับรายละเอียดของสิ่งต่างๆเป็นที่สุด จะบอกว่ากระปุกครีมเซ็ทนี้ ได้มีการปั้นแบบด้วยมือก่อนถึง 64 รูปทรงที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทั้ง 64 รูปทรงได้ผ่านการวิจัยมาแล้วว่า จับได้เหมาะมือที่สุดและมี texture ที่ช่วยมอบความรู้สึกผ่อนคลายยามสัมผัสที่สุด

7ดังนั้นกระปุกครีมของ Shiseido ESSENTIAL ENERGY จึงมีรูปทรงแตกต่างกันออกไปถึง 64 แบบเลยค่ะ ไม่ต้องตกใจถ้าซื้อมาแล้วรูปทรงกระปุกของเราจะแตกต่างจากของเพื่อนเล็กน้อย อย่างตัวนีน่าเองตอนนี้มีตุนไว้ 4 กระปุก เอามาลองตั้งเรียงกัน รูปทรงไม่เหมือนกันจริงๆค่ะ

6แล้วพอลองได้สัมผัสตัวกระปุกตามแบบที่ทาง Shiseido บอกให้เหมือนการอุ้มถ้วยชา มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกจริงๆค่ะ ด้วยเนื้อกระปุกที่ทั้งเบาสบาย และผิวสัมผัสที่เรียบลื่น รู้สึกผ่อนคลายตามที่เค้าบอกเลย ^^

20แล้วถ้าได้ลองมองใกล้ๆวัสดุของตัวกระปุก จะไม่ใช่พลาสติกสีขาวเรียบๆธรรมดา แต่เราจะเห็นลวดลายคล้ายๆหินอ่อนอยู่ทั่วทั้งหมด และสังเกตดีๆ จะมีการปั๊มโลโก้แบรนด์ลงไปเป็นเนื้อเดียวกันอยู่ด้านข้างกระปุกด้วยค่ะ พูดเลยว่านีน่าชอบที่สุด เวลาเห็นงานแบบนี้ คือดูเผินๆเหมือนจะเรียบๆ แต่ดูดีๆจะเห็นว่าดีเทลต่างๆผ่านการคิดมาแล้วทั้งหมด

Product Line

Shiseido ESSENTIAL ENERGY มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันค่ะ

Shiseido-1

 

1. Essential Energy Moisturizing Cream

(50 มล. ราคา 2,100 บาท)

เป็นมอยเจอไรเซอร์เนื้อครีมที่สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและกลางคืนค่ะ

10ให้ดู texture ก่อนเลย เนื้อครีมจะเป็นสีขาวอมเนื้อๆนิดๆ ใช้ไม้พายที่ให้มาลองตัก เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น

11ทาลงที่ผิวแล้ว สังเกตดูซึมไม่ยาก แต่ทิ้งความชุ่มชื้นไว้ค่อนข้างมาก ผิวไม่เหมือนถูกเคลือบด้วยแป้งขาวๆ ไม่วอก ไม่ลอย รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นที่เต็มเปี่ยมเลยค่ะ

12

 

2. Essential Energy Moisturizing Gel Cream

(50 มล. ราคา 2,100 บาท)

ตัวนี้เหมือนเป็นอีก 1 option ให้เลือกจากเนื้อสัมผัสค่ะ ตัวแรกเป็นเนื้อครีม ส่วนตัวนี้เป็นเนื้อเจลครีม สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและกลางคืนเหมือนกัน

8เปิดฝาออกมา เห็นได้ชัดเจนว่าเนื้อครีมด้านในไม่เหมือนตัวแรก กระปุกนี้จะเป็นเนื้อเจลสีขาวอมชมพูขุ่นๆ ตักเนื้อครีมเจลขึ้นมา จะมีความเหลวกว่าตัวแรก เนื้อเจลดูละมุนๆมากมาย ^^

9ตัวนี้เป็นตัวที่นีน่าใช้อยู่แล้ว เพราะเนื้อสัมผัสชนะเลิศมากๆ จะบอกว่าพอทาลงผิวจะรู้สึกสบายที่สุดค่ะ

Cream-Gel-2

เนื้อเจลเนียนๆเย็นๆ ทาแล้วจะได้กลิ่นอ่อนๆของดอกกุหลาบและมะลิ รวมถึงกลิ่นหอมผลไม้นิดๆ ผ่อนคลายมากมาย

Gel-Cream-1ทาแล้ว อย่าลืมค่อยๆนวดลงบนผิวด้วยนะคะ แว๊บเดียวซึมซาบลงผิวหมดเรียบร้อย ตัวนี้นีน่าชอบใช้ตอนกลางคืนค่ะ สบายสุดๆ

Gel-Cream-3คราวนี้มาให้ดูความแตกต่างของเนื้อสัมผัสของครีมทั้ง 2 ตัวแบบชัดๆนะคะ

Shiseido-2จะเห็นชัดเจนเลยว่าตัวไหนเนื้อครีม และตัวไหนเนื้อเจลครีม สำหรับนีน่าเป็นคนผิวผสม นีน่าชอบใช้แบบเนื้อเจลครีม ส่วนถ้าใครผิวแห้ง หรือเป็นผิวผสมค่อนไปทางแห้ง นีน่าแนะนำแบบเนื้อครีมไปเลยค่ะ จะเข้มข้นกว่าแต่ไม่หนักผิวนะ

3. Day Emulsion SPF 30 PA+++  

(75 มล. ราคา 2,000 บาท)

14ตัวนี้จะแตกต่างจากครีม 2 ตัวแรกค่ะ เพราะจะเป็นเนื้ออิมัลชั่นและสำหรับใช้ตอนกลางวันเท่านั้น เพราะมีส่วนผสมของกันแดด SPF 30 PA+++ ให้ด้วย

15ยอมรับตรงๆว่าตอนแรกกลัวใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้ที่สุด เพราะประสบการณ์ส่วนตัวบอกไว้ว่า เมื่อไรก็ตามที่ครีมบำรุงผิวผสมกันแดด texture จะมีความหนัก เหนียวเหนอะ และที่นีน่าไม่ชอบที่สุดคือทาไปแล้ว ผิวจะดูขาววอกเพราะกันแดดจะไปเคลือบผิว

Emulsionแต่พอได้ลองใช้แล้วผิดคาดมากๆค่ะ ลองดูเนื้ออิมัลชั่นในรูปด้านบนนะคะ ตัวเนื้อจะเป็นสีขาวคล้ายแป้งก็จริง แต่พอเรากระจายบนผิว จะเห็นว่าเนื้ออิมัลชั่นคือเบามากๆ ไม่ดูหนัก ดูข้นเหมือนครีมผสมกันแดดปกติ พอทาลงผิวแล้ว เนื้ออิมัลชั่นจะกลมกลืนกับสีผิวเราเลย ไม่วอก ไม่ดูลอย

Emulsion-1ข้อเสียอย่างเดียวที่นีน่ารู้สึกคือ รูปแบบตัวกระปุกที่ต้องให้เราเทเนื้อออกมาจากปากขวดที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้เรากะเนื้อผลิตภัณฑ์ที่จะออกมายากนิดนึงค่ะ บางทีไม่ระวัง ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเลยมากเกินไป (แอบเสียดาย ><) แต่เรื่องความสวยงาม พกพาง่ายนี่ไม่ต้องพูดถึง ดีมากๆอยู่แล้น

5พอทาลงผิวแล้วซึมหมดปั๊บ คือผิวดูเปล่งปลั่ง ดูเนียนใสขึ้นทันที คือชอบมาก กลายเป็น Day Cream ตัวโปรดของนีน่าก่อนการแต่งหน้าไปเรียบร้อยค่ะ ส่วน Night Cream ก็เลือกระหว่างเนื้อ Cream หรือ Gel Cream ตามความเหมาะสมของสภาพผิวไปได้เลย

Skin Result

  คราวนี้ลองมาดูกันว่า หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม ESSENTIAL ENERYGY มาซักพักใหญ่ๆ (ที่จริงเริ่มลองใช้มาตั้งแต่ได้มาจากที่ญี่ปุ่นแล้วค่ะ) ผิวนีน่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง หรือนีน่ารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

3อย่างแรกเลยคือผิวโดยรวมสุขภาพดีขึ้น อย่างที่นีน่าเคยบอกว่าช่วงนี้รู้สึกว่าผิวตัวเองแข็งแรงขึ้น สิวไม่ขึ้นบ่อยเหมือนเมื่อก่อน รู้สึกผิวเงาๆโดยไม่ได้ทา highlight ใดๆ ส่วนนึงอย่างที่นีน่าบอกในแฟนเพจบ่อยๆคือวินัยในการดูแลผิวตัวเอง การไปหาหมอผิวหน้าทันทีที่รู้สึกว่าผิวมีปัญหา

4แต่อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยคือผลิตภัณฑ์กลุ่ม Shiseido ESSENTIAL ENERYGY กลุ่มนี้ค่ะ นีน่าใช้มานานตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว จนลองใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆแล้วเห็นผลดี ผิวไม่แพ้ง่ายแล้ว ผิวตอบรับต่อ skincare ต่างๆดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มานั่งนึกดู เฮ้ย! มันตรงตามคุณสมบัติของวิทยาการ ReNeural Techonology ของเค้าเลยนี่นา!!

Thumbตอนนี้ไม่ว่าเวลาแต่งหน้า หรือตอนผิวเปลือยหน้าสด คือรู้สึกเลยว่าผิวจะเงาดูเนียนนุ่มชุ่มชื่นตลอดเวลาจริงๆ เหมือนเป็นการลงทุนใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนึงที่จะช่วยให้การใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่อๆไปในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะราคาแพงหรือถูกขนาดไหน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นมิติใหม่ในวงการสกินแคร์ที่นีน่าว่าเริ่ดสุดๆเลยก็ว่าได้ค่ะ

16อยากให้เพื่อนๆได้ลองใช้กันดู ตอนนี้เข้าไทยแล้วเรียบร้อย มีขายทุกเคาน์เตอร์ Shiseido นะจ้ะ จะบอกว่านีน่าเพิ่งไปงานเปิดตัวมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เค้าบอกด้วยว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง skincare ในทุกๆกลุ่มของ Shiseido ในอนาคตกันเลยทีเดียวค่ะ ^^



@NinaPraewpetch

Instagram