พาคุณแม่มายืนยัน ทำไมสาวๆควรบำรุงกระดูกตั้งแต่ตอนนี้?

ปีนี้อายุนีน่าก็จะย่างเข้าสู่ 30 ปีแล้วว พูดง่ายๆว่าเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ T T เวลาผ่านไปเร็วมากจริงๆค่ะเพื่อนๆ พออายุเพิ่มขึ้น นอกจากการดูแลตัวเองเรื่องความสวยความงามที่ยังต้องมีอย่างต่อเนื่อง คราวนี้ก็ต้องเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพร่างกายกันบ้าง ไม่ว่าเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย บำรุงตัวเองด้วยวิตามินต่างๆ ซึ่งตัวนีน่าเองก็ทำอยู่เป็นประจำ แต่มีอยู่เรื่องนึง ที่นีน่าเชื่อว่าถ้าถามสาวๆว่าควรต้องเริ่มใส่ใจตั้งแต่ตอนนี้เลยมั๊ย คงได้เป็นคำตอบเสียงเดียวกันว่า “ไม่” เพราะตัวนีน่าเองก็คงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ถ้าคุณแม่และคุณหมอไม่เตือนค่ะ นั่นก็คือเรื่อง “การบำรุงกระดูก” นั่นเอง

1เราทุกคนจะมีความเชื่อที่ผิดว่าการบำรุงกระดูกเป็นเรื่องสำหรับคนที่มีอายุ หรือคุณแม่กำลังตั้งครรภ์เท่านั้นที่ควรใส่ใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่จริงเลยค่ะ เพราะในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าเราจะดูแลการทานอาหารให้ดียังไง แต่ก็ไม่มีทางที่เราจะได้รับแคลเซียมรวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่างๆได้อย่างครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการจริงๆ ที่สำคัญคือ แคลเซียม เพราะยิ่งถ้าเราตั้งใจจะมีลูกในอนาคตด้วยแล้ว การทานแคลเซียมให้เพียงพอตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้ลูกได้รับไปเต็มๆและทำให้ตัวเราไม่ขาดแคลเซียมในอนาคตด้วยค่ะ

5

 My Mamee

ขออนุญาตยกตัวอย่างเคสของคุณหม่ามี๊ของนีน่าให้ฟังนะคะ คุณแม่ของนีน่าไปตรวจร่างกายประจำปีเรื่อยๆ และเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว (เมื่อตอนคุณแม่อายุประมาณ 55 ปี) คุณหมอพบว่าคุณแม่มีภาวะเป็นโรคกระดูกพรุน คุณหมอเตือนให้คุณแม่ต้องระวังไม่ให้ล้มเด็ดขาด เพราะเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว กระดูกจะเปราะแล้วแตกหักง่ายมาก พอถามถึงสาเหตุย้อนกลับไปเมื่อตอนคุณแม่สาวๆ คุณแม่บอกว่าเป็นคนดื่มนมไม่ได้เพราะเหม็นกลิ่น และตอนตั้งครรภ์ก็บำรุงด้วยแคลเซียมไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำให้นีน่าและพี่ชายในท้องดึงแคลเซียมไปใช้จนหมด

4จนทำให้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา คุณแม่ชอบปวดเข่าเวลาต้องเดินเยอะๆ และต้องระวังตัวเองให้มากๆ เพราะฉะนั้นคุณแม่ก็เลยทำอะไรได้ไม่กระฉับกระเฉงเท่าก่อนหน้า ทั้งๆที่คุณแม่นีน่าเป็นคน active สุดๆ อยู่บ้านว่างๆนี่ไม่ได้ ต้องเข้าสวน ดูแลต้นไม้ ตัดกิ่ง รดน้ำอยู่เรื่อย

6.1 ตอนนั้นคุณหมอที่โรงพยาบาลสั่งแคลเซียมมาให้คุณแม่ทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยเรื่องการบำรุงกระดูกค่ะ ซึ่งที่คุณหมอสั่งมาให้คือแคลเซียม 600 มก. ผสมวิตามิน 400 ไอยู คุณแม่ทานแคลเซียมตัวนี้มาตลอดๆ ถามคุณแม่ว่ารู้สึกว่ากระดูกแข็งแรงขึ้นมั๊ย คุณแม่ตอบตามตรงว่า “กระดูกแข็งแรงขึ้นจะรู้สึกได้ยังไง?” 5555 ก็จริงของคุณแม่เนอะ มันเป็นเรื่องภายในที่เราไม่มีวันรู้ แต่ที่แน่ๆ คุณแม่บอกว่า ตอนนี้คุณแม่กล้าทำอะไรมากขึ้น จะเข้าสวน ก็ยืนนานๆ คุกเข่าได้เต็มที่ จะเที่ยวก็เดินได้เยอะขึ้น เพราะเชื่อใจคุณหมอว่าแคลเซียมที่สั่งมาให้บำรุงคือช่วยให้กระดูกคุณแม่แข็งแรงขึ้นจริง

3คุณแม่ก็เลยเตือนนีน่าไว้เลย เพราะตัวนีน่าเองถึงแม้จะดื่มนมเยอะกว่าคุณแม่ (เพราะคุณแม่ไม่ดื่มเลย) แต่ก็มีสิทธิ์เป็นภาวะกระดูกพรุนได้ เพราะมีกรรมพันธุ์จากคุณแม่ด้วย และเราก็เป็นผู้หญิงด้วย ถ้าเกิดตั้งท้องขึ้นมา แคลเซียมถูกดึงไปใช้หมดแน่ๆ นีน่าเองก็ได้อ่านเจอข้อมูลที่ว่าร่างกายจะมีการสะสมมวลกระดูกจนถึงอายุ 20-25 ปีเท่านั้น ซึ่งวัยทำงานใกล้ 30 อย่างเรา ร่างกายจะไม่มีการสะสมมวลกระดูกอีกต่อไป มีแต่จะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งน่ากลัวมากๆๆๆ >< ดังนั้นถ้าร่างกายได้รับแคลเซียม และวิตามินดีที่เพียงพอในตอนช่วงอายุนี้ จะช่วยชะลอการสลายของมวลกระดูกได้ (Reference: Healthy Nutrition, Healthy Bone, International Osteoporosis Foundation 2015.)

อีก 1 จุดสำคัญที่ทำให้นีน่ามาให้ความใสใจเรื่องการบำรุงกระดูกในช่วงนี้มากขึ้นอีก ก็เพราะเมื่อต้นปี คุณหมอที่รักษาโรคมดลูกอักเสบให้นีน่า ก็ได้เกริ่นบอกไว้แล้ว ว่าควรจะเริ่มทานแคลเซียมบำรุงไว้เลยตั้งแต่ตอนนี้ เวลาพร้อมจะมีลูกจะได้ไม่ต้องอัดเยอะจนเกินไป เตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆคือดีที่สุดค่ะ ^^

2.1การลองทานแคลเซียมของนีน่าในครั้งแรก จึงเป็นเรื่องที่พยายาม research หาข้อมูลมาอย่างเต็มที่ หาสิ่งที่ดีที่สุดที่เหมาะกับเรามากที่สุด และในที่สุดก็มาจบที่แบรนด์ที่คุ้นเคย ที่เราเคยเห็นคุณแม่ทานมาก่อน แต่ของที่นีน่าเลือกมาทานจะเป็นแคลเซียม 600 มก. ผสมวิตามินดีและแร่ธาตุอีก 4 ชนิดค่ะ ตอนนี้ที่ตะกร้ายาและอาหารเสริมสามัญของที่บ้านนีน่า เลยมีแคลเซียมอยู่ 2 ขวดเลย

มาถึงตอนนี้ สาวๆอาจสงสัยว่าอ้าว! แล้วทำไมไม่ทานตัวเดียวกับคุณแม่ไปเลย เพราะเป็นแคลเซียมเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อด้วย อย่างที่บอกค่ะ ว่านีน่าศึกษามาเป็นอย่างดี แคลเซียมทั้ง 2 ตัวมีปริมาณวิตามินดีที่ไม่เท่ากันค่ะ สูตรที่คุณแม่ทาน จะมีวิตามินดีที่สูงกว่าซึ่งตรงกับปริมาณที่ Thai RDI แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนนีน่า ร่างกายยังไม่ต้องการวิตามินดีสูงเท่ากับวัยของคุณแม่ อีกสูตรจึงเหมาะสมมากกว่า นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุชนิดอื่นๆรวมอยู่อีกด้วย

ซึ่งแคลเซียมเสริมที่ดี ควรประกอบด้วย

  • แคลเซียม: ช่วยเสริมสร้างกระดูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • วิตามินดี: ช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น
  • แร่ธาตุต่างๆ: ที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

Nina Testing

ในส่วนรสชาติของแคลเซียม ตัวนีน่าเองครั้งแรกก็แอบกลัว เห็นเม็ดเป็นแป้งๆไม่ได้เคลือบมาเป็นแคปซูล กลัวจะขม แต่ไม่เลยค่ะ ไม่มีความขม จะเป็นรสชาติจืดๆเหมือนแป้งๆ นมๆนิดๆ ทานง่ายมาก กลืนกับน้ำได้เลย นีน่าทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหารเช้านะคะ

13

ตอนนี้เริ่มทานมาได้พักใหญ่ๆแล้วค่ะ แต่อย่างที่คุณแม่บอก เราไม่สามารถรู้ได้ว่ากระดูกเราข้างในแข็งแรงขึ้นหลังจากทานรึเปล่า แต่เอาเป็นว่านีน่าเชื่อมั่นในแคลเซียมที่นีน่าทานอยู่ค่ะ เพราะร่างกายได้รับแคลเซียมเฉยๆไม่พอค่ะ ต้องมีวิตามินดี มาเสริมด้วยเพราะจะช่วยในการดูดซึมแคลเซียมให้กับร่างกาย

เมื่อไรที่นีน่าจะมีน้อง จะบำรุงตัวเองได้ง่ายขึ้นมาก เพราะเราทานเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนนี้ แล้วนีน่าก็จะมารู้ผลลัพธ์อีกทีเมื่ออายุเท่าคุณแม่ ว่าเราจะเป็นโรคกระดูกพรุนรึเปล่า แต่นีน่าเชื่อว่าไม่แน่นอน ถ้านีน่ามีวินัยและดูแลตัวเองเนิ่นๆตั้งแต่อายุเท่านี้

16ตอนนี้ก็ทานวิตามินอื่นๆเสริมควบคู่ไปด้วย รวมถึงออกกำลังกาย ดูแลตัวเองไปเรื่อยๆ เอาให้สุขภาพดีที่สุดค่ะ แต่ที่เจ๋งกว่าคือภาพล่างค่ะ

8คุณแม่เองก็สู้ไม่แพ้กัน จากแต่ก่อนไม่กล้าทำอะไรหักโหมกับขา ตอนนี้สอยเครื่องวิ่งออกกำลังกายมาตั้งไว้ในบ้านเรียบร้อย บอกว่าจะวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า (แนะนำให้ซื้อเครื่องที่ไม่ต้องลงน้ำหนักกระแทกเท้ากับเข่าแบบ treadmill นะคะ เอาแบบ skywalk ที่เท้าลอยอยู่บนอากาศ) คุณแม่บอกว่า “เราจะกระดูกแข็งแรงไปด้วยกัน”

เอาเป็นว่าสาวๆคนไหนที่มีญาติผู้ใหญ่เริ่มมีปัญหาเรื่องกระดูก นีน่าแนะนำให้ลองปรึกษาคุณหมอดูก่อนนะคะ เพราะคุณหมอจะได้วินิจฉัยอาการและสั่งยาที่เหมาะที่สุดให้ได้

9.1

แต่สำหรับตัวเราเอง ถ้าอยากป้องกันไว้ก่อนและอายุเข้าใกล้เลข 30 แบบนีน่า โดยเฉพาะสาวๆที่คิดว่าจะมีลูกในอนาคต นีน่าแนะนำให้ทานแคลเซียมบำรุงกระดูกตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ ยิ่งตัวที่มีวิตามินดีและแร่ธาตุเสริมแบบที่นีน่าทานแล้ว อนาคตสุขภาพกระดูกสดใสแน่นอน ไม่อยากให้ปล่อยไว้จนสายเกินไป พออายุมากขึ้นแล้วเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วค่อยมารักษา นีน่าว่าลำบากกว่าเยอะค่ะ



@NinaPraewpetch

Instagram