เย้!! Curél ออกกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ "Aging Care Series" สำหรับผิวแพ้ง่าย และลดริ้วรอย

ฮาโหลวสาวๆ ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ Curél (คิวเรล) เหมือนนีน่าบ้างเอ่ย? ต้องบอกก่อนว่านีน่าได้รู้จักแบรนด์ Curél มาประมาณปีที่แล้วค่ะ เนื่องจากเป็นแบรนด์เวชสำอางยอดขายอันดับ 1 จากญี่ปุ่นที่เพิ่งเข้าไทยทำให้นีน่าเชื่อมั่นในแบรนด์ และได้ลองใช้มาตั้งแต่ตอนนั้น ใช้แล้วชอบมาก จนติดใจบอกต่อเพื่อนๆให้ลองใช้ไปหลายคนแล้วจริงๆ ^^ ถ้าใครจำได้ นีน่าเคยมาเขียนรีวิว skincare ของ Curél เมื่อปีที่แล้วด้วย ใครยังไม่เคยอ่าน ตามไปดูได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

(http://www.ninabeautyworld.com/2016/08/curel-thailand)

23

อย่างที่นีน่าเกริ่นเอาไว้ ว่าแฟนพันธุ์แท้ของ Curél ต้องห้ามพลาดรีวิวนี้ เพราะข่าวดีก็คือ Curél เพิ่งออกผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ ที่ความดีงามเรื่องความอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายยังคงเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมขึ้นมาคือช่วยเรื่องลดริ้วรอยได้ด้วยนะจ้ะ! ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ชื่อว่า “Curél Aging Care Series” จำง่ายๆคือกลุ่มสีม่วงนั่นเองค่ะ

1ต้องบอกก่อนเลยว่านีน่าได้รับ Curél Aging Care จากที่ทางแบรนด์ส่งให้ อ่านข้อมูลแล้วน่าสนใจมากๆ และด้วยความที่ชอบ Curél มาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เลยเริ่มลองใช้ทันทีเลยค่ะ วันนี้นีน่าก็เลยถือโอกาสมารีวิวผลิตภัณฑ์เซ็ทนี้ให้เพื่อนๆได้ดูกันด้วยเลย

ปัญหาผิวของนีน่า

0ก่อนจะไปพูดถึงผลิตภัณฑ์ เพื่อนๆที่เพิ่งมาติดตามนีน่าใหม่ๆ อาจจะยังไม่ทราบ ว่าปกตินีน่าเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมาก เจอสิ่งกระตุ้น หรือสารระคายเคืองอะไรนิดหน่อยก็สิวขึ้น รอยแดงเห่อ รวมถึงรูขุมขนก็จะขยายมากขึ้นด้วยค่ะ แต่พักหลังมานี้ นีน่าดูแลสุขภาพผิวค่อนข้างมาก พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิว จึงทำให้ผิวของนีน่าตอนนี้แข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ปัญหาผิวที่กำลังเพิ่มขึ้นมาให้หนักใจคือสัญญาณแห่งวัย >< อันนี้เพิ่งมารู้สึกเมื่อช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเอง ว่าช่วงร่องแก้มของนีน่าค่อนข้างเห็นชัดเจนมากขึ้น ยิ่งเวลายิ้มเยอะๆ จะมีรอยพับเยอะกว่าแต่ก่อนเลยไปจนถึงมุมปาก เศร้าใจ T T

ที่สำคัญคือสภาพผิวแพ้ง่ายที่มีปัญหา เช่น ผดผื่น ผิวแห้งลอก แสบแดง ยิ่งจะทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆได้ง่ายกว่าปกติด้วยนะคะ พูดง่ายๆคือ “ยิ่งผิวแพ้ง่าย ผิวจะยิ่งดูแก่” น่ากลัวมากๆจริงๆ

Curél Aging Care

2มาทำความรู้จักกับ Curél Aging Care Series กันเลยดีกว่าค่ะ ความพิเศษของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือมีส่วนประกอบของ Elastin Lifter (อิลาสติน ลิฟเตอร์) ที่มีความสามารถในการลด 6 ริ้วรอยทั่วผิวหน้า ทั้งหน้าผาก ตีนกา ใต้ตา หว่างคิ้ว ร่องแก้ม และมุมปาก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย

18ส่วนอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้เลยก็คือ Ceramide Care (เซราไมด์ แคร์) ที่เป็นเหมือนจุดเด่น และส่วนประกอบสำคัญในทุกๆผลิตภัณฑ์ของ Curél มาอยู่แล้วค่ะ ทาง Curél ให้ความสำคัญกับ Ceramide มากๆเพราะมีการวิจัยออกมาแล้วว่าผิวของเราต้องการ Ceramide เพื่อช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และเมื่อมี Ceramide ในผิวเพียงพอ ผิวก็จะไม่เกิดอาการไวต่อปัจจัยการกระตุ้นภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะต่างๆ หรือการกระตุ้นจากสารที่อยู่ใน skincare ต่างๆเช่น แอลกอฮอล์ หรือ น้ำหอม

ความดีงามของ Ceramide อีกอย่างคือจะช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวได้ดี จึงทำให้ผิวชุ่มชื้น อันนี้นีน่าต้องบอกไว้ก่อนว่า ผิวยิ่งชุ่มชื้นคือผิวสุขภาพดีนะจ้ะสาวๆ หลายๆคนเข้าใจผิดว่าความชุ่มชื้นกับความมันเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วคนที่มีผิวมัน ก็สามารถขาดความชุ่มชื้นหรือที่เรียกกันว่า “ผิวขาดน้ำ” ได้เหมือนกันนะคะ ทดสอบง่ายๆเลยโดยการลองจับไปที่ผิว ถ้าผิวมีอาการสากๆ ไปเรียบเนียน แห้งลอก แต่ยังมีน้ำมันอยู่บนผิว อันนั้นหมายความว่าเราผิวมันแต่ขาดความชุ่มชื้นภายในผิวนะคะ แต่ถ้าเราจับไปที่ผิวแล้วรู้สึกว่าผิวนุ่มๆเด้งๆ เหมือนผิวอิ่มฟู แต่ไม่มีน้ำมันติดมือออกมา นั่นคือผิวที่มีความชุ่มชื่น ผิวสุขภาพดี ^^

21แพทย์ผิวหนังที่ญี่ปุ่นถึง 96% ออกมายอมรับเรียบร้อยแล้วว่า Ceramide สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นภายในผิวได้จริง และสามารถรักษาผิวของคนไข้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังให้กลับมาแข็งแรง และมีสุขภาพดีได้ จะบอกว่าเมื่อไรที่ผิวเราขาด Ceremide ผิวจะเริ่มมีอาการแพ้ เป็นๆหายๆไม่หายขาดซักที แล้วอย่างที่นีน่าบอกว่า “ยิ่งผิวแพ้ง่าย ยิ่งดูแก่” ดังนั้นพวกเราสาวๆที่ชอบดูแลตัวเอง จะต้องระวังไม่ให้ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย เพราะจะนำพาไปสู่ปัญหาผิวอีกมากมายเลยค่ะ

3

ดังนั้นด้วยส่วนประกอบที่ดีงามทั้ง 2 อย่าง ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Curél Aging Care Series จึงตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวทุกๆเรื่องที่นีน่าบอกมา ถึงบอกว่าพอนีน่าได้อ่านข้อมูลก็รู้เลยว่าน่าใช้มากมายค่ะ ^^

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 3 ชิ้นนะคะ ทั้ง Moisture Lotion, Gel Cream, และ Moisture Cream โดยทั้ง 3 ไอเท็มดีงามเข้าไปอีกตรงที่เป็นสูตรอ่อนโยนตามแบบฉบับของ Curél คือ

  • อ่อนโยนทั้งรอบดวงตาและริมฝีปาก
  • ปราศจากน้ําหอมสีและแอลกอฮอล์
  • สูตร pH-balanced (ค่าสมดุลผิว) และ Hypoallergenic (โอกาสแพ้น้อยมาก)
  • ผ่านการทดสอบ Patch-Tested กับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ภายใต้การควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

นีน่าจะเลือกใช้ 2 ตัวคู่กันค่ะ คือใช้ Curél Aging Care Moisture Lotion ก่อนเป็นหลักเสมอทั้งเช้าเย็น แล้วค่อยตามด้วยครีมบำรุง ซึ่งมี 2 เนื้อให้เราเลือกใช้ค่ะ แบบ Gel Cream (เนื้อเจล) และแบบ Moisture Cream (เนื้อครีม) นีน่าเองจะใช้เนื้อ Gel Cream เป็นหลักนะคะ เพราะเนื้อบางเบา ซึมง่าย เหมาะกับอากาศประเทศไทย แต่ถ้าช่วงไหนอากาศในไทยเย็นๆหน่อย ผิวเริ่มแห้ง หรือเวลาไปต่างประเทศอากาศหนาวๆ นีน่าก็จะมาใช้แบบเนื้อครีมแทนค่ะ เพราะเข้มข้นกว่า และให้ความชุ่มชื้นขั้นสุด

Curél Aging Care Moisture Lotion (140 mL. 1,200 THB)

5หลังล้างหน้าเสร็จทั้งเช้าและเย็น ให้เริ่มด้วยตัว Moisture Lotion หรือโลชั่นน้ำเลยค่ะ ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่าจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวทันทีที่ใช้ และช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อๆไปให้ดียิ่งขึ้น ขวดเป็นหัวปั๊มมีฝาปิดด้วยน้า สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน เริ่ด!

6เนื้อสัมผัสนีน่าว่าสุดยอดมากๆ ตอนแรกเห็นชื่อว่า Moisture Lotion หรือโลชั่นน้ำ แอบคิดว่าจะต้องมาเหลวๆใสๆ ปั๊มออกมาแล้วเอามือรองแทบไม่ทัน ประมาณนี้แน่ๆ แต่พอปั๊มลงบนผิวแล้วกลับผิดคาด เนื้อโลขั่นคือมีความใสแต่เข้มข้น ไม่ไหลปรื๊ด เนื้อเจลเย็นสบายผิว ซึมไวมากๆ  ทาเสร็จผิวบนมือคือจับแล้วเนียนๆนุ่มๆเลยค่ะ

Curél Aging Care Moisture Gel-Cream (40 g. 1,400 THB)

10กระปุกนี้ใช้ต่อจากโลชั่นน้ำได้เลยนะคะ เนื้อ Gel Cream คือเวิร์คมากสำหรับเพื่อนๆที่มีผิวมันหรือผิวผสม ยิ่งด้วยอากาศเมืองไทยร้อนมากๆแล้ว ได้ใช้ moisturizer เนื้อเจลจะสบายผิว ไม่เหนอะ ที่สำคัญคือถึงแม้จะบางเบา แต่ช่วยบำรุงล้ำลึกเหมือนเซรั่ม และสามารถให้ความชุ่มชื้นยาวนานต่อเนื่องนะจ้ะ

11พอได้สัมผัสเนื้อเจลจริงๆแล้วชอบเลยค่ะ เป็นเจลสีขาวขุ่นแต่เข้มข้นเหมือนที่เค้าเคลม เพราะพอเริ่มทาลงที่ผิวแล้วนวด ตัวเจลจะค่อยๆซึมลงสู่ผิวช้าๆจนหมด ผิวเราหลังจากนี้จะนุ่ม ลื่น และมีความชุ่มชื้นแบบอิ่มน้ำแบบสุดๆ แต่ไม่มีความเหนอะผิวหลงเหลืออยู่เลยค่ะ

Curél Aging Care Moisture Cream (40 g. 1,550 THB)

16มาถึงตัวสุดท้าย moisturizer เนื้อครีมเข้มข้น อันนี้นีน่าภูมิใจนำเสนอมากๆจริงๆสำหรับคนที่ผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง และผิวแห้งขั้นสุด เพราะเนื้อครีมมีความเข้มข้นขั้นสุด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ และยังช่วยล็อคความชุ่มชื่นให้ผิวได้ยาวนานอีกด้วยค่ะ กระปุกของตัวนี้จะเป็นสีม่วงอ่อนๆคาดม่วงเข้มอีกทีนะคะ สังเกตง่ายเลย ^^

17สังเกตความแตกต่างระหว่างเนื้อสัมผัสของตัวนี้ที่เป็นเนื้อครีม กับตัวก่อนหน้าที่เป็นเนื้อเจล จะเห็นว่า Moisture Cream จะมีความแน่น และความเข้มข้นมากกว่า นีน่าลองแตะที่ผิวด้วยปริมาณนิดเดียวแล้วทาให้ทั่ว จะรู้เลยว่าเนื้อครีม rich มาก ให้ความชุ่มชื้นขั้นสุด ซึ่งแบรนด์เคลมว่า ฟิล์มบางๆนี้จะล็อคความชุ่มชื้นไว้ภายในผิวได้ยาวนานเป็นพิเศษ พอเนื้อครีมซึมสนิทแล้ว ลองจับผิวดู เหมือนผิวถูกเคลือบด้วยความชุ่มชื้นแบบเต็มพลัง ในขณะเดียวกัน ก็ไม่รู้สึกเหนียวผิวเท่าครีมที่ให้ความชุ่มชื้นเท่านี้ตัวอื่นๆ อย่างที่บอกว่าตัวนี้จะเหมาะมากๆ เวลาที่ผิวเราแห้งจริงๆ โดยเฉพาะไปเที่ยวต่างประเทศที่อากาศหนาวมากๆ ทำให้ผิวลอกเป็นขุย หรือคนที่ผิวแห้ง นอนห้องแอร์ตอนกลางคืน ตัวนี้ นีน่าว่าเหมาะมากจริงๆค่ะ

Nina Testing

4

ตัวนีน่าเองจะชอบใช้ Moiture Lotion คู่กับตัว Gel Cream ในทุกๆวันเช้า-เย็นค่ะ เดี๋ยวจะมาลองใช้ให้ดูกันเลย!

Step 1: Moisture Lotion

7เสต็ปแรกเริ่มจาก Curél Aging Care Series Moisture Lotion กันเลยค่ะ ปั๊มลงที่มือประมาณ 3-4 ปั๊ม

8วอร์มเนื้อโลชั่นที่มือเล็กน้อย แล้วค่อยแตะเบาๆลงบนผิวค่ะ ลงให้ทั่วเลยน้า ตอนทาจะรู้สึกดีมากๆเลย ผิวจะเย็นๆ สดชื่น

9.1จะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวเปล่งปลั่ง อิ่มน้ำขึ้น มีความเงาของผิวสุขภาพดี ^^

Step 2: Gel Cream

12ต่อด้วย Curél Aging Care Series Moisture Gel Cream ได้เลยค่ะ แตะเนื้อเจลจากกระปุกมาพอประมาณ

13แล้วแบ่งแต้ม 5 จุดบนผิวหน้า จากนั้นค่อยๆนวดให้ทั่วผิว ขั้นตอนนี้เราจะรู้สึกสบายผิวเหมือนเดิมเลยค่ะ ด้วยเนื้อเจลที่บางเบา ทำให้ทุกอย่างซึมง่ายมาก ระหว่างลงที่ผิว เราจะไม่ได้กลิ่นอะไรใดๆเลยน้า เพราะเค้าไม่ใส่สีหรือน้ำหอมเพิ่มเติม

15ทาทั่วผิวจนซึมหมดแล้ว อันนี้รู้สึกได้ทันทีว่าผิวฟู แบบอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น และอันนี้พูดจริงๆจากใจว่าผิวไม่เหนอะเลยค่ะ สามารถแต่งหน้าต่อได้ทันทีเลยในตอนเช้า

Nina’s Immediate Result

22รูปนี้มาซูมหน้าให้ดูแบบใกล้ๆมากๆๆ ชนิดเห็นรูขุมขนทุกรู 555 จะเห็นว่าหลังจากการใช้ครั้งแรก ผิวดูสุขภาพดี ดูใส ดูเปล่งปลั่ง ถือว่าเป็นผลลัพธ์ครั้งแรกที่ใช้ที่นีน่าพอใจมากๆเลยค่ะ ^^

Nina’s 3 weeks Result

คราวนี้นีน่าอยากลองให้เห็นผลระยะยาวขึ้นอีกหน่อย ก็เลยลองใช้ติดกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้วมาถ่ายรูปให้เพื่อนๆดูใหม่ ด้วยแสงเดิม มุมเดิมของบ้านค่ะ (รูปนี้มีการเขียนคิ้วและทาแก้ม + ปากเล็กน้อยนะคะ แต่ผิวคือเปลือยเลย)

19.1จะเห็นว่าผิวดูละเอียดมากยิ่งขึ้น มีความสว่างกระจ่างมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ ผิวแพ้ง่ายมากๆอย่างเรา กลับไม่แพ้ แต่ยิ่งดูสุขภาพดีขึ้น ผิวแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ช่วงที่ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือผิวนีน่าไม่ไวต่อภาวะกระตุ้นใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ในมลภาวะที่แย่ หรือทดลองใช้เมคอัพใหม่ๆ ก็เอาอยู่ค่ะ

20.1ซูมใกล้เข้าไปอีก >< รู้สึกว่าผิวนุ่ม ยืดหยุ่นขึ้น รูขุมขนยังมีอยู่ แต่กระชับขึ้น ส่วนริ้วรอยตรงมุมปากกับร่องแก้ม อันนี้พูดตามตรงจากรูปว่าไม่ได้หายวับไปกับตา แต่นีน่ารู้สึกได้ว่ารอยแอบจางลงเล็กๆ เชื่อว่าต้องใช้ Curél Aging Care Series ต่อเนื่องกันยาวกว่านี้ ถึงจะเห็นผลเรื่องริ้วรอยชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ

Conclusion

14มาสรุปกันอีกซักทีกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Curél Aging Care Series นีน่าว่าตอบโจทย์สำหรับเพื่อนๆที่มีผิวแพ้ง่ายและอยากบำรุงผิวในกลุ่ม Anti-aging เพราะเริ่มเห็นสัญญาณผิวที่ร่วงโรยของเรา พูดง่ายๆก็คือ Curél Aging Care Series ช่วยในทั้งเรื่องผิวแพ้ง่ายและลดริ้วรอยไปในเวลาเดียวกัน ส่วนใครที่ยังไม่กล้าลองใช้เพราะไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์ อันนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ Curél เป็นเวชสำอางอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น ลองถามเพื่อนๆที่ญี่ปุ่นได้เลย (ที่ญี่ปุ่นเค้าจะออกเสียงเรียกแบรนด์นี้ว่า “คิว-เระ-รุ” นะคะ) ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์นี้ค่ะ เชื่อถือได้ ปลอดภัยแน่นอน

2ส่วนถ้าใครอยากหามาลองใช้ดู สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Watsons, Matsumoto Kiyoshi และร้าน Tsuruha สาขาที่มีขายสามารถเช็คได้ทาง FB: Curel Thailand หรือจะสั่งทางออนไลน์ก็ได้เหมือนกันที่เว็บ Lazada, Watsons Online หรือ Tsuruha Online นะจ้ะ

Sponsored by Curel Thailand
สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่
FB: Curel Thailand
Tel: 02-655-4483


@NinaPraewpetch

Instagram