เคาน์เตอร์แบรนด์น้องใหม่ ULTIMA II กับผลิตภัณฑ์จากไข่ปลาคาเวียร์ Procollagen Supreme Caviar

เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว นีน่าได้รับผลิตภัณฑ์สกินแคร์กลุ่มนึงจากแบรนด์ ULTIMA II มาทดลองใช้ ต้องบอกตามตรงว่าทีแรกแอบไม่กล้าทดลองค่ะ เพราะชื่อแบรนด์ไม่คุ้นหู เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามาในไทยได้ไม่นาน บวกกับความที่ผิวนีน่าเป็นผิวที่แพ้ง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจในแบรนด์และความปลอดภัยจริงๆ ปกตินีน่าจะไม่ทดลองใช้เลย

2

แต่เมื่อได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของแบรนด์จริงๆ กลับได้รู้ว่า ULTIMA II (อัลติมา ทู) เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดมาจาก New York, USA และผู้ก่อตั้งแบรนด์ก็คือ Charles Revson ผู้ก่อตั้งเมคอัพแบรนด์ดังอย่าง Revlon (เรฟลอน) ซึ่งแบรนด์ ULTIMA II ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ 58 ปีที่แล้ว มีผลิตภัณฑ์มากมาย และเคยมีขายในไทยเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วยนะคะ ตอนนี้แบรนด์กลับมาไทยอีกครั้งโดยเป็น premium brand ที่มีจำหน่ายบนเคาน์เตอร์เครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทำให้นีน่ารู้สึกใจชื้นขึ้นมา ว่าแบรนด์มีความน่าเชื่อถือ แถมมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ^^ ยิ่งได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ skincare ของแบรนด์ด้วยแล้ว คราวนี้เริ่มอยากลองใช้ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

3

ULTIMA II มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Collagen มากๆ ทางแบรนด์เชื่อว่าคอลลาเจนมีความสำคัญต่อผิวของเรามาก สาวๆคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าคอลลาเจนใต้ชั้นผิวของเรา ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ตึงกระชับ ดูเฟิร์ม ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวก็จะลดน้อยลงตามธรรมชาติ ดังนั้นแบรนด์ ULTIMA II จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งสกินแคร์ และเมคอัพ ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนในทุกๆตัวค่ะ 

19

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่นีน่าได้รับมาทดลองใช้มีชื่อว่า Procollagen Supreme Caviar จะเน้นคุณสมบัติในการช่วยต่อต้านริ้วรอยเป็นหลักค่ะ ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับจุดเด่นของแบรนด์ที่เป็น Collagen Expert อยู่แล้ว โดยส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ นอกจาก Procollagen ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวแล้ว ยังมี Caviar Complex หรือ “Black Gold Caviar” (ไข่ปลาคาเวียร์ปลาสเตอเจียนเพศเมีย) ที่มีคุณค่าของน้ำแร่กรด Amino Acid Peptide ช่วยฟื้นบำรุงและเติมคุณค่าสารอาหารให้กับเซลล์ผิว นอกจากนี้ยังเพิ่มนวัตกรรม DNA Technology หรือการผสานสารสกัด DNA ที่สามารถละลายได้ในน้ำจากไข่ปลาแซลมอนตัวผู้ ช่วยให้ผิวทั้งกระชับและยืดหยุ่นอีกด้วย

4โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Procollagen Supreme Caviar ประกอบไปด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ค่ะ

Face Essence (30 ml. 2,600 THB)

Eye Cream (15 ml. 1,800 THB)

Face Cream (50 ml. 2,500 THB)

ส่วนตัวนีน่าใช้ประกอบกันทุกตัวมาเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์เรียบร้อย ถูกใจทุกตัวมากๆ แต่ต้องบอกว่าตัวที่ทำให้นีน่าประทับใจมากที่สุดต้องเป็น Face Essence ของเค้าค่ะ ดีงามยังไงมาดูรีวิวกัน!

ULTIMA II Procollagen Supreme Caviar Face Essence

5เป็นเอสเซ้นส์บำรุงผิวหน้าที่นีน่าจะใช้เป็นขั้นตอนที่สองหลังจากล้างหน้าเสร็จทุกเช้าและเย็นค่ะ ลงตระกูลน้ำตบหรือ lotion ไปก่อน จากนั้นตามด้วย Face Essence ตัวนี้ได้เลย คุณสมบัติหลักของเอสเซ้นส์ตัวนี้ คือจะช่วยจัดการเรื่องริ้วรอย ให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมากระชับ เรียบเนียนขึ้น

6ตัวขวดเป็นหัวปั๊มและมีฝาปิดอีกชั้น ใช้สะดวกเลยค่ะ

8เนื้อเอสเซ้นส์จะเป็นสีใสๆ คล้ายๆเนื้อเจลแบบนี้เลย กลิ่นจะเบาๆละมุนมากๆ หรือแทบไม่ได้กลิ่นเลย ซึ่งเป็นเรื่องดีของผิวแพ้ง่ายอยู่แล้วค่ะ ยิ่งเจือกลิ่นน้อยเท่าไร ยิ่งดี ^^

9ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นตอนเกลี่ยลงผิวนี่แหละค่ะ ด้วยความที่เนื้อเอสเซ้นส์บางเบามากๆ แป๊บเดียวก็ซึมลงผิวเกือบหมดแล้ว ทิ้งไว้แค่ความรู้สึกชุ่มชื้น สบายผิวสุดๆ

Nina Testing

คราวนี้มาลองที่ผิวหน้ากันบ้างค่ะ

7ใช้ปริมาณไม่ต้องเยอะนะคะสาวๆ ปกตินีน่าจะปั๊มประมาณ 2-3 ปั๊มสำหรับการใช้ต่อครั้ง

10ลงให้ทั่วใบหน้าได้เลยค่ะ จะบอกว่าเนื้อเอสเซ้นส์พอโดนผิวแล้วรู้สึกเย็นสบายมากมาย ^^

11เมื่อลงทั่วแล้ว ถ้ามีเวลาอยากแนะนำให้นวดหน้ากระตุ้นการไหลเวียนโลหิตไปด้วยค่ะ

Screen Shot 2560-11-16 at 4.33.30 PMทางแบรนด์มีเทคนิคการนวดหน้าด้วยเอสเซ้นส์มาฝากกันตามรูปด้านบนด้วยนะคะ ลองทำตามกันดู ^^

12 อย่าลืมทาที่คอด้วยน้า เราอยากให้หน้าเราตึงกระชับ คอก็ควรตึงกระชับไปด้วย

Nina’s First Impression

ความรู้สึกหลังใช้ในทันที พูดไปอาจฟังดูเวอร์ แต่จะบอกว่านอกจากจะรู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื่นขึ้น อิ่มน้ำขึ้น ยังรู้สึกว่าผิวตึงกระชับขึ้นเล็กน้อยในทันทีเลยค่ะ

20ลองเอานิ้วจิ้มๆไปที่ผิว จะมีความเด้งๆ ยืดหยุ่นขึ้นกว่าตอนก่อนใช้เลยนะ (นี่ใช้แค่ Face Essence ตัวเดียวเองด้วย) บอกแล้วว่ามันเริ่ดมากจริงๆ ส่วนเรื่องริ้วรอย อันนี้อาจจะต้องดูการใช้ระยะยาวจริงๆ ด้วยความที่ผิวนีน่าอาจยังไม่มีริ้วรอยที่ชัดเจนด้วย เลยสามารถบอกได้ถึงแค่ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ในทันทีที่ใช้ค่ะ

ULTIMA II Procollagen Supreme Caviar Eye Serum

14ต่อกันที่ Eye Serum ค่ะ นีน่าจะลง Eye Serum ต่อจากเอสเซ้นส์ทั้งตอนเช้าและเย็นเหมือนกันนะคะ เซรั่มรอบดวงตาขวดนี้มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก รวมถึงดูแลเรื่องรอยหมองคล้ำใต้ตาด้วยนะ และยังได้ผ่านการทดสอบโดยจักษุแพทย์แล้วด้วยว่า ปลอดภัยสำหรับผิวบริเวณรอบดวงตาที่บอบบาง โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองค่ะ

15ตัวขวดมีความคล้ายขวดเอสเซ้นส์ เป็นหัวปั๊มและมีฝาปิดเหมือนกันแต่มีขนาดเล็กกระทัดรัดกว่าค่ะ

16วิธีใช้คือให้บีบตัว Eye Serum ออกมาแล้ววอร์มบนนิ้วของเราก่อนค่ะ จากนั้นค่อยๆทาวนรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง ตัวเนื้อ Eye Serum จะเป็นลักษณะเนื้อครีมสีขาว บางเบาและซึบซาบได้ง่าย ส่วนตัวนีน่าชอบเนื้อของตัวนี้ค่ะ ทาแล้วรู้สึกผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น ดูอิ่มฟูขึ้น ส่วนผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยรอบดวงตา อันนี้ต้องดูระยะยาวเหมือนกันค่ะ

ULTIMA II Procollagen Supreme Caviar Face Cream

17สุดท้ายคือตัว Face Cream ค่ะ ครีมทาผิวหน้าปิดท้ายในการบำรุงผิวทั้งตอนเช้าและก่อนนอน (ในตอนเช้าอย่าลืมทากันแดดร่วมด้วยนะคะ) ครีมบำรุงผิวหน้ากระปุกนี้มีส่วนผสมหลักและคุณสมบัติใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ตัวก่อนหน้าเลยค่ะ คือจะช่วยเรื่องความอ่อนเยาว์ของผิว ให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน และมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น

18เนื้อครีมค่อนข้าง rich หรือเข้มข้น ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นยาวนานค่ะ ในตอนเช้านีน่าจะทาบางๆเป็นการแต้ม 5 จุดบนใบหน้าแล้วค่อยเกลี่ยให้ทั่ว  ส่วนก่อนนอนนีน่าจะลงเต็มที่สุดๆไปเลยค่ะ ชอบตรงที่เนื้อครีมไม่เหนอะหนะติดหมอน แต่ให้ความชุ่มชื้นเต็มที่ทั้งคืน ตื่นมาล้างหน้าปั๊บ จับผิวรู้สึกว่าผิวนุ่มลื่นมากขึ้นด้วยนะ

Nina’s Skin Result

หลังจากทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัวนี้มาเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ติดกัน ผลลัพธ์ของผิวที่ได้รับนอกเหนือจากความชุ่มชื่นและความรู้สึกตึงกระชับผิวแล้ว นีน่ารู้สึกว่าผิวมีความเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นจริงๆค่ะ จับไปที่ผิวหน้า ตัวเองแล้วเด้งๆคล้ายผิวเด็ก ที่สำคัญคือผิวนุ่มมากกกก

21อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าตัว Face Essence คือพระเอกของกลุ่ม นีน่าชอบมากที่สุดแล้ว ทาครั้งแรกก็รู้สึกเลยว่าผิวเด้ง ยิ่งลองใช้นานขึ้น และใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Procollagen Sepreme Caviar อีก 2 ตัวด้วยแล้ว ผลลัพธ์ผิวคือรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก และนีน่าเชื่อว่ายิ่งใช้ระยะยาว เราจะเห็นผลในเรื่องริ้วรอย และยกกระชับได้จริง ^^

13อยากแนะนำให้เพื่อนได้ลองใช้กันดูค่ะ ลองเปิดใจให้กับแบรนด์น้องใหม่ในไทย (แต่คร่ำหวอดในวงการความงามมานานในอเมริกา) ที่นีน่าศึกษามาด้วยตัวเองแล้วว่าน่าเชื่อถือ และพิสูจน์ให้ดูแล้วว่าคุณภาพดีงาม ที่สำคัญผิวหน้าที่แพ้ง่ายของนีน่า ใช้ได้ ไม่แพ้ ไม่เกิดอาการระคายเคืองใดๆ

1

 สาวๆสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์ ULTIMA II ได้แล้ววันนี้บนเคาน์เตอร์ที่ห้างโรบินสัน 4 สาขา: โรบินสันพระราม 9 โรบินสันรังสิต โรบินสันเชียงใหม่ และโรบินสันอุดรธานีนะคะ ทางแบรนด์บอกว่าในอนาคตจะมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแน่นอนค่ะ

และพิเศษสำหรับแฟนเพจนีน่าทุกท่านที่สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ สามารถเข้ารับบริการ Mini Facial Treatment และ Makeup Service (บริการปรนนิบัติผิวและแต่งหน้า) ได้ฟรีที่เคาน์เตอร์ ULTIMA II ทุกสาขาตามที่นีน่าเขียนไว้ด้านบนนะคะ โดยการแจ้งกับพนักงานได้เลยว่ามาจากเพจ NinaBeautyWorld ค่ะ ^^

Sponsored by ULTIMA II Thailand



@NinaPraewpetch

Instagram