คอนโทรลอายุผิวของเราไว้ที่เซรั่มขวดนี้ Philosophy Time in a Bottle 100% in-control

สาวๆคงได้เห็นนีน่าเกริ่นให้ฟังเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ Philosophy กันมาบ้างแล้วนะคะ นีน่าบอกในเพจด้วยว่าจะรีบลองใช้ ดีไม่ดียังไงเดี๋ยวมาอัพเดตให้ฟังกัน ถึงวันนี้นีน่าได้ทดลองใช้มาซักพักแล้ว รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วล่ะ ที่จะต้องมารีวิวให้สาวๆดู ต้องบอกก่อนว่า นีน่าใช้เองแล้วปลื้มมากจริงๆ เพราะถ้าไม่ปลื้ม คงไม่เอามารีวิวเต็มๆกันขนาดนี้นะจ้ะ ^^

1ผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้คือกลุ่มของ Philosophy Time in a Bottle 100% in-control ที่มีทั้งตัวโลชั่นและเซรั่มให้เราได้ใช้กัน 2 ขั้นตอน แต่ตัวที่เราจะมาเจาะลึกพูดถึงกันวันนี้คือเซรั่มของเค้า ซึ่งถือว่าเป็นพระเอกของงานนี้เลยค่ะ คุณสมบัติเริ่ดเพอร์เฟคสุดๆ แถมพอนีน่าได้ลองใช้เองแล้วเห็นผลจริงๆด้วยนะ

2Product Claim

คุณสมบัติของเซรั่มขวดนี้เป็นที่มาของการตั้งชื่อเลยค่ะ นั่นก็คือ “100% in-control” ซึ่งหมายความว่าเราจะสามารถควบคุมอายุผิวของเราได้ 100% เต็ม เนื่องจากเซรั่มขวดนี้ถูกพัฒนามาจากเทคโนโลยีปกป้องและฟื้นฟูผิวทั้ง 3 มิติของเวลา ไม่ว่าจะเป็นการ

  • Resist (for the FUTURE): การป้องกันและต่อต้านริ้วรอยในอนาคต ด้วยสารสกัดจากองุ่นแดง และสารสกัดจากข้าวสีแดงจากเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งจะช่วยจัดการปัญหาริ้วรอยลึก เติมเต็มคอลลาเจน และช่วยให้ผิวยกกระชับ
  • Renew (for PRESENT): ดูแลเสริมสร้างกลไกการปกป้องผิวในปัจจุบัน ด้วยวิตามินซีเข้มข้น C8 มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้ผิวกระจ่างใส สุขภาพดี
  • Repair (for the PAST): ซ่อมแซมฟื้นฟูผิวในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการที่ผิวโดนทำร้ายจากมลภาวะต่างๆ อนุมูลอิสระ หรือ รังสี UV ด้วย Liposome สูตรพิเศษซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบการซ่อมแซมตามธรรมชาติให้ผิว

3เท่ากับว่าเป็นเซรั่มขวดเดียวที่ทั้งซ่อมแซมฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ มีริ้วรอย พร้อมดูแลผิวจากมลภาวะในปัจจุบัน ทั้งยังปกป้องผิวจากริ้วรอยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย เค้ายังมีผลการวิจัยออกมาด้วยว่าเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์

ภายใน 3 วัน: ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส มีความยืดหยุ่น

ภายใน 8 สัปดาห์: ริ้วรอยแลดูลดลง + ผิวเฟิร์มและกระชับขึ้น

น่าตื่นเต้นใช่มั๊ยล่ะคะ??

Product Packaging

4อีกหนึ่งความพิเศษของ Philosophy Time in a Bottle 100% in-control Serum คือบรรจุภัณฑ์และวิธีการที่ทางแบรนด์ต้องการเก็บความสดใหม่ของวิตามินซีให้ได้มากที่สุดค่ะ นั่นก็คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า fresh-pour system หรือการผสมเซรั่มเข้ากับ activator  เมื่อเริ่มใช้งานครั้งแรก

เมื่อเราเปิดกล่องกระดาษของผลิตภัณฑ์ขึ้นมา เราจะเจอ 3 สิ่งนี้ค่ะ ขวดเซรั่ม (ขวดใหญ่สีขาว) ขวด activator (ขวดเล็กสีแดง ที่ประกอบด้วยสารสกัดจากองุ่นแดงเข้มข้น สารสกัดจากข้าวสีแดงจากเทือกเขาหิมาลัย และ วิตามิน C8) และฝาปิดขวดพร้อมหลอด

5ก่อนที่เราจะใช้เซรั่มขวดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เราจะต้องทำการผสมเองก่อนค่ะ (จะบอกว่านีน่าเองรู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับขั้นตอนนี้มากๆ ^^) ขั้นตอนแรกที่เราต้องทำ คือเปิดฝาขวดซเรั่มออกก่อน

6แล้วก็เปิดฝาขวด activator ด้วยความระมัดระวังนะจ้ะ ถ้าทำขวดจิ๋วนี้หกหรือตก ประโยชน์และคุณค่าสำคัญต่างๆจะหายวับไปกับตา >< เสียดายมากๆ

7จากนั้นเทส่วนผสมของ activator ลงขวดเซรั่มใหญ่ให้หมดขวดค่ะ

8เสร็จแล้วให้ใช้ฝาปิดแบบมีหลอดพลาสติกที่ให้มาในกล่อง ปิดฝาขวดให้สนิท แล้วเขย่าขวดเร็วๆประมาณ 20 วินาที เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันทั้งหมดค่ะ

9เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จค่ะ เซรั่มสมบูรณ์แบบสดใหม่ก็พร้อมใช้งานได้แล้ว อ๋อ!! เกือบลืมบอกว่า เนื่องจากทางแบรนด์ต้องการให้เราได้รับประสิทธิภาพแบบสดใหม่จากเซรั่มมากที่สุด เราควรใช้เซรั่มขวดนี้ให้หมดภายใน 3 เดือนหลังทำการผสมเสร็จนะคะ

Product Texture

นีน่าลองเทสต์เนื้อเซรั่มให้ดูบนผิวกันค่ะ

10เซรั่มเป็นสีชมพูอ่อนมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อบางเบาแต่ให้ความชุ่มชื่นมาก ลองทาลงที่หลังมือ เซรั่มซึมซาบได้อย่างรวดเร็วค่ะ พอซึมหมดแล้วรู้สึกว่าผิวตึงกระชับ และเนื้อผิวนุ่มลื่นขึ้นทันที

ข้อสังเกต: แนะนำให้ลงเป็นตัวแรกหลังจากขั้นตอนการล้างหน้า หรือหลังจากการลง Time in a Bottle Lotion แต่ถ้าทาผลิตภัณฑ์อื่นๆไว้ก่อนหน้า เมื่อทาเซรั่มตัวนี้ทับลงไปก็อาจเป็นขุยได้ค่ะ

Nina Testing

คราวนี้ลองมาลงที่ผิวหน้ากันบ้างค่ะ แต่ก่อนที่จะไปใช้ตัวเซรั่ม นีน่าจะลงโลชั่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันก่อน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเพอร์เฟคที่สุดค่ะ

15เป็นโลชั่นบำรุงผิวหน้าที่ช่วยเสริมการทำงานของเซรั่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยไลโปโซม โครงสร้างที่มีคุณสมบัติคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกายของคนเรา จึงช่วยเสริมสร้างและ กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวทั้งยืดหยุ่น เต่งตึง กระชับและเปล่งประกายค่ะ

16เนื้อโลชั่นจะเป็นเนื้อน้ำใสๆ บางเบาที่สุดในโลก สามารถใช้เป็นตัวแรกสุดหลังการล้างหน้าได้เลยค่ะ

17นีน่าใช้วิธีเหยาะใส่มือประมาณ 5-6 ครั้ง จากนั้นวอร์มบนมือแล้วค่อยๆลูบให้ทั่วใบหน้าและลำคอค่ะ

12

แป๊บเดียวก็ซึมเข้าสู่ผิวเรียบร้อย เหมือนเป็นการเตรียมผิวของเราให้พร้อมสำหรับการลงเซรั่มในขั้นตอนต่อไป มาเริ่มใช้เซรั่มกันต่อเลยค่ะ นีน่าปั๊มตัวเซรั่มออกจากขวดประมาณ 2-3 ปั๊มแล้วทาให้ทั่วใบหน้า

11เนื้อสัมผัสดีงามมากๆ รู้สึกเย็นสบายผิว ซึมไว และทิ้งความรู้สึกถึงความชุ่มชื่นไว้หลังใช้ค่ะ แต่อีกความรู้สึกนึงที่ชัดเจนมากๆคือรู้สึกว่าผิวตึงกระชับขึ้นเล็กน้อยหลังใช้ทันที

20

และเมื่อนีน่าได้ใช้ต่อเนื่อง 3 วันเช้า-เย็น อีกหนึ่งสิ่งที่รู้สึกได้ค่อนข้างชัดเจน คือจับผิวแล้วทั้งนุ่ม และเนียนมากๆเลยค่ะ ^^

19

Nina’s Conclusion

อยากแนะนำให้สาวๆได้ลองใช้กันดูค่ะ เพราะผิวของผู้หญิงทุกคนจะเริ่มแสดงสัญญาณแห่งวัยแตกต่างกันออกไป เราจึงต้องสามารถควบคุมและรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่ง Philosophy Time in a Bottle 100% in-control ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องนี้แบบเต็มๆ เพราะสามารถเริ่มใช้ได้ในทุกวัย และช่วยฟื้นฟู เสริมสร้าง และปกป้องผิวได้ในทุกๆมิติของเวลา อย่างตัวนีน่ามี 1 ขวดไว้ใช้เอง และอีกขวดให้คุณแม่ใช้ และเรา 2 คนต่างก็ชอบเซรั่มขวดนี้เหมือนกัน ทั้งๆที่มีปัญหาผิวต่างกัน สภาพผิวต่างกัน

13

สาวๆที่อยากทดลองเนื้อสัมผัส หรือซื้อมาใช้เอง สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ Philosophy ทุกสาขานะคะ ราคาเซรั่ม 3,390 บาท (ปริมาณ 40 mL.) และโลชั่น 1,490 บาท (ปริมาณ 240 mL.) ค่ะ18

สามารถสอบถามข้อมูล โปรโมชั่น และกิจกรรมดีๆ จากแบรนด์ Philosophy ได้ที่
Facebook Page: philosophy Thailand
Instagram: philosophy_thailand

Content sponsored by Philosophy Thailand



@NinaPraewpetch

Instagram