ได้ลองแล้ว!! 3 ไพรเมอร์ตัวดังของ Paul & Joe Beaute

และแล้วก็มาถึงไทยซะที กับหนึ่งในเมคอัพแบรนด์ฝรั่งเศสที่น่ารัก น่าใช้ที่สุดอย่าง Paul & Joe Beaute จะบอกว่าเป็นแบรนด์ที่นีน่าหลงรักมาตั้งแต่เรียนอยู่ที่อังกฤษ ด้วยความที่ชอบแพคเกจจิ้ง + คุณภาพของผลิตภัณฑ์จึงทำให้ใช้ต่อเนื่องมานานอยู่แล้วค่ะ กำลังรออยู่ว่าเมื่อไรจะมาเมืองไทยอีกครั้งหลังจากหายไปเมื่อหลายปีก่อน คราวนี้กลับมาแบบเต็มๆให้สาวๆได้ชื่นใจกันค่ะ นีน่าเพิ่งไปงานเปิดตัวมาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน วันนี้ก็เลยถือโอกาสเอาผลิตภัณฑ์ที่นีน่าปลื้มที่สุดของ Paul & Joe Beaute มารีวิวให้ดูกัน แถมท้าย content ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก เพื่อให้สาวๆได้มาทำ workshop ร่วมกันกับนีน่าและ Paul & Joe Beaute ด้วยนะคะ วิธีการร่วมสนุกอยู่ท้าย content นี้เลยค่ะ ^^

1ต้องบอกก่อนว่าจริงๆแล้ว Paul & Joe Beaute มีผลิตภัณฑ์น่าสนใจเยอะมากจริงๆค่ะ จุดเด่นที่สุดเลยคือบรรจุภัณฑ์ที่น่ารักน่าใช้สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นลิปสติกหรือที่ปัดแก้มลายน้องแมว กลุ่มสกินแคร์ หรือเมคอัพอีกเยอะแยะมากมายที่เห็นไม่ได้ เป็นต้องหยิบขึ้นมาลองใช้เพราะห้ามใจไม่อยู่จริงๆค่ะ

2และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นีน่าชอบที่สุดจาก Paul & Joe Beaute ที่จะมาพูดถึงในวันนี้ คือนี่เลยค่ะ Foundation Primer ของเค้า ที่ต้องบอกว่าโด่งดังมากๆ และเป็นไอเท็มขายดีที่สุดตลอดกาลของแบรนด์ เค้ามีหลายสูตร หลายเฉดให้เลือกใช้ วันนี้นีน่าจะมาแนะนำอย่างละเอียดเลยค่ะ

3Paul & Joe Beaute Foundation Primer ทั้ง 3 สูตรต่างก็ทำมาเพื่อให้ผลลัพธ์และคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป เราจะมาทำความรู้จักกันไปทีละสูตรนะคะ

 
PAUL & JOE BEAUTE Moisturizing Foundation Primer S
(30ml ราคา 1,400 บาท SPF15 PA+)

5สูตรแรกที่ต้องพูดถึงก่อนใครเพื่อนเลยคือ Moisturizing Foundation Primer S เพราะถือว่าเป็น primer สูตรที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น และเพิ่งได้รับรางวัล Cosme 2016 Best Cosmetics Awards ในประเภทผลิตภัณฑ์ “Best Primer” มาสดๆร้อนๆด้วยนะคะ

6สิ่งที่ทำให้ primer ขวดนี้โด่งดังไปทั่ว นอกจากดีไซน์ขวดที่สวยงาม ใช้ง่าย ทันสมัยแล้ว คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ก็ดีงามมากๆค่ะ ตัวนี้ใช้ก่อนการแต่งหน้า จะช่วยปรับสภาพผิวให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถอำพรางรอยหม่นหมองต่างๆให้ผิวมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยส่วนผสมของพืชพรรณธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อผิว 5 ชนิดรวมถึง Orange Water Flower บวกกับ Hyaluronic Acid ถึง 3 ขนาด และ Sodium Hyaluronate 2 ชนิด จึงช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นล้ำลึกยาวนาน ให้ผิวเรียบเนียน ดูสดชื่นตลอดทั้งวัน พร้อมกับการทำงานของ Glossy Oil, Secret d’or และ Spherical Powder จะทำให้ผิวมีออร่า สุขภาพดี แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ดูมันเยิ้มระหว่างวัน เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับความมันส่วนเกินเพื่อให้เมคอัพติดทนตลอดทั้งวันด้วยค่ะ

7มี 3 เฉดสีให้เลือกใช้นะคะ ส่วนตัวนีน่าใช้เบอร์ 02 ที่สีไพรเมอร์จะออกโทนส้ม ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอและสดใสอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ ส่วนเบอร์ 01 เป็นสีชมพูเพื่อให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น และเบอร์ 03 เป็นสีใส เพื่อให้ผิวสล่างดูมีออร่าค่ะ จะเห็นได้จากภาพด้านบนว่า texture ของ primer ตัวนี้จะเป็นเนื้อครีมที่ค่อนข้างเหลว ไม่หนัก ระหว่างที่ค่อยๆเกลี่ยเนื้อครีมให้เข้ากับผิว สัมผัสได้ถึงเนื้อที่บางเบาและเกลี่ยง่าย ที่สำคัญสีของไพรเมอร์ที่ดูเหมือนจะส้มเกินไปสำหรับสีผิวนีน่า กลับเบลนด์เข้ากับสีผิวได้อย่างลงตัวและเป็นธรรมชาติมากๆ ที่สำคัญช่วยปกปิดจุดบกพร่องต่างๆของผิวได้อย่างเนียนกริ๊บแบบไม่โบ๊ะจนเกินไป งานดีมากมายค่ะ

8คราวนี้ลองลงที่ผิวหน้าบ้างค่ะ อย่างที่บอกว่าบรรจุภัณฑ์ทั้งน่ารักและใช้งานง่าย เพราะเป็นหัวปั๊มมีฝาปิดเรียบร้อยสวยงาม

9ใช้นิ้วเกลี่ยลงไปที่ผิวแล้วเบลนด์ให้เข้ากัน ออกมาเป็นงานผิว (ภาพด้านขวา) ที่นีน่าปลื้มสุดๆค่ะ เป็นงานผิวที่มีการอำพรางความบกพร่องต่างๆของผิว เช่น รอยดำ รอยสิว รูขุมขนกว้าง ได้อย่างพอดี ยังคงความเป็นธรรมชาติของผิวอยู่ เนื้อผิวมีความโกลว์ ฉ่ำน้ำเบาๆไม่แมทท์หรือดูด้านจนเกินไป ใครชอบผิวแบบนี้ จะต้องปลื้มไพรเมอร์ตัวนี้เหมือนกับนีน่าแน่นอนค่ะ

10

 

 

PAUL & JOE BEAUTE Moisturizing Foundation Primer L
(30ml ราคา 1,700 บาท SPF18 PA+)

ต่อกันที่ primer อีกตัวของ Paul & Joe Beaute กันค่ะ มาดูกันว่าตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง

18

Foundation Primer L มีความพิเศษตรงที่ texture เพิ่มประกายมุกให้กับผิวด้วยอานุภาพ Lavender Pearl ให้ผิวดูโกลว์สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ดูกระชับ และยังให้ความกระจ่างใส เรียบเนียน มีสารสกัดจาก Korean Ginseng ในปริมาณที่เท่ากับ Hydrating Serum ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยส่วนผสมของ Emollient Fitting Oil และ Oil Absorbing Powder ช่วยให้เนื้อไพรเมอร์ลื่นสมูท เกลี่ยง่ายไปกับผิวด้วยค่ะ

19

มาให้ดู texture กันดีกว่าค่ะ ขวดเป็นหัวปั๊มเหมือนเดิมนะคะ แตกต่างกันตรงสีผลิตภัณฑ์ข้างในที่จะเป็นสีขาวอมชมพูอ่อนมุกๆ และฝาปิดที่จะเป็นสีชมพูมุกๆเหมือนกัน นีน่าลองปั๊มออกมา 1-2 ปั๊มแล้วเกลี่ยบนผิว จะเห็นในรูปหลังสุดว่าพอเกลี่ย primer เสร็จเรียบร้อยผิวสวยมาาาก ดูมีประกายชิมเมอร์ละเอียด แถมยังดูเนียนและมีความกระจ่างใสขึ้นทันที

20เปรียบเทียบมือทั้ง 2 ข้างให้ดูค่ะ ฝั่งขวาเป็นฝั่งที่ทา Foundation Primer L เสร็จเรียบร้อย แต่ฝั่งซ้ายยังไม่ได้ทา ความแตกต่างชัดเจนค่ะ ^^

21คราวนี้มาทาที่ผิวหน้าให้ดูบ้างค่ะ สำหรับ Foundation Primer L นีน่าจะไม่ได้ใช้ทั่วทั้งใบหน้า แต่จะแต้มเป็นจุดเหมือนกับการใช้ไฮไลท์ โดยที่จะแต้มบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก และคาง เพื่อให้บริเวณเหล่านั้นดูเงาสวยเวลาโดนแสงค่ะ

22ทาเสร็จเรียบร้อยจะเห็นชัดถึงผิวที่โกลว์ ดูมีมิติ เหมือนการใช้ไฮไลท์เลยค่ะ รูปข้างบนนี้นีน่าใช้ตัว Foundation Primer S ทั่วทั้งใบหน้าก่อน แล้วตามด้วย Foundation Primer L ตรงบริเวณที่ต้องการจะไฮไลท์ค่ะ ผิวดูดีมั๊ยเอ่ย??

 
PAUL & JOE BEAUTE  Pearl Foundation Primer <Limited Edition>
(30ml ราคา 1,400 บาท)

หืมมมมม เห็นตัวนี้แล้วอยากได้มาเป็นเจ้าของใช่มั๊ยล่าา??? น่ารักสุดๆๆๆจริงๆๆๆ แต่บอกก่อนน้า ว่าตัวนี้ลิมิเต็ดนะจ้ะ หมดแล้วหมดเลยค่ะ

11จุดเด่นของไพรเมอร์ตัวนี้นอกเหนือจากแพคเกจจิ้งที่น่ารักสุดๆแล้ว ยังมีความพิเศษของเม็ดมุกสีชมพู 4 เฉดสีที่จะผสมกลมกลืนอำพรางเนียนสนิทไปกับผิว ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีอมชมพูมีเลือดฝาด นอกจากนี้ผงมุกยังจะช่วยให้ผิวดูแวววาว โปร่งแสง และเปล่งประกายดูมีออร่า

12ส่วนเนื้อเจลใสๆ จะทำหน้าที่เหมือนฟิล์มบางๆช่วยปกปิดผิวด้วยความเรียบลื่น ให้ผิวรู้สึกสดชื่น เบาบาง ชุ่มชื้น และเตรียมพร้อมสำหรับลงเมคอัพในขั้นตอนต่อไปได้อย่างดีเยี่ยม

13ลองบีบเนื้อไพรเมอร์ลงมาที่ผิว แอบเซอร์ไพรส์ตรงที่เนื้อเจลไม่ได้ออกมาใสๆ แต่เม็ดมุกหลากสีที่อยู่ข้างใน ก็ถูกอัดและบดออกมาพร้อมเนื้อเจลด้วยเช่นกัน ปั๊มออกมาจากขวดแล้วยังเห็นความเป็นสีต่างๆของเม็ดมุกอยู่เลยค่ะ จากนั้นพอเราค่อยๆกระจายเนื้อไพรเมอร์ให้ทั่วผิวก็จะรู้สึกได้ว่าผิวดูอมชมพูขึ้นเล็กน้อย ที่สำคัญคือมีความฉ่ำและชุ่มชื่นขึ้นกว่าเดิม

16ภาพด้านบนจะเป็นการลง Pearl Foundation Primer บนผิวหน้า จะสังเกตว่าสีผิวถูกปรับให้สวยงามมากขึ้น และมีความเป็นชมพูระเรื่อเล็กน้อย

23

คราวนี้ถ้าลองเอาไพรเมอร์ทั้ง 3 สูตรมา swatch ต่อกันก็จะเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดเจนค่ะ ตัวซ้ายสุดสีส้มจะเป็น Foundation Primer S ให้ความปกปิดได้ดีพร้อมปรับสีผิวไปในตัว ส่วนตรงกลางสีชมพูคือ Pearl Foundation Primer ให้ความชุ่มชื่นและกระจ่างใสอมชมพู และสุดท้ายขวาสุด เนื้อครีมสีขาวอมชมพูคือ Foundation Primer L ให้ผลลัพธ์ผิวที่เป็นประกายมุกแบบโกลว์

Nina’s Conclusion

24

ทั้งหมดทั้งมวล สาวๆอาจงงว่า แล้วสรุปว่าตัวไหนดีที่สุด ควรเลือกใช้ตัวไหน สำหรับนีน่า นีน่าว่ามีไว้ 3 สูตรก็ไม่เสียหายใดๆ >< เพราะแต่ละตัวทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างโดดเด่นอยู่แล้วค่ะ อย่างตัว Foundation Primer S นีน่าใช้เป็นหลักทั่วทั้งหน้า เวลาที่ต้องการความปกปิดแบบธรรมชาติและปรับสีผิวให้ดูดีขึ้น ส่วน Foundation Primer L อันนี้เก็บไว้แต้มเป็นจุดไฮไลท์ ให้ผิวหน้ามีความโกลว์เวลาแสงตกกระทบ ส่วนขวดชมพูน่ารักอย่าง Pearl Foundation Primer นีน่าจะใช้เวลาที่ผิวสุขภาพดี ไม่ได้ต้องการความปกปิดมากมาย แต่อยากบำรุงให้ผิวชุ่มชื่นไปด้วยพร้อมดูอมชมพูไปด้วยค่ะ

4

ส่วนช่องทางการไปตามล่าหาซื้อ ตอนนี้ในประเทศไทยเรามีเคาน์เตอร์แบรนด์ 2 สาขา คือเซ็นทรัลลาดพร้าว และ เซ็นทรัลปิ่นเกล้านะจ้ะ ตามไปสอยกันได้เลย หรือจะดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมกันได้ที่ FB: PaulJoeBeaute.TH

25

 WORKSHOP with NINA x PAUL & JOE BEAUTE

มาถึงกิจกรรมการร่วมสนุกตามสัญญานะคะ ทางแบรนด์ Paul & Joe Beaute จะจัดกิจกรรม workshop ร่วมกับนีน่า พร้อมให้แฟนเพจอีก 20 ท่านมาเข้าร่วมด้วย โดยจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 นี้เวลา 14.00-16.30น. ที่ Premier Lounge ชั้น 4, เซ็นทรัลลาดพร้าว

เราจะคัดเลือกผู้โชคดี 20 ท่านโดยมีกติกาการร่วมสนุกดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. กดไลค์ Fanpage PAUL & JOE Beaute– Thailand
  2. Capture screen ที่กดไลค์ fanpage เรียบร้อย แล้วโพสลงใน comment ในโพสของ NinaBeautyWorld FB Fanpage พร้อมตอบคำถามว่า สาวๆชอบ Primer ตัวไหนของ Paul & Joe มากที่สุด เพราะอะไร?

ง่ายๆเพียง 2 ข้อ คำตอบที่โดนใจมากที่สุด 20 คำตอบจะได้รับเลือกให้มาร่วมกิจกรรม Workshop สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับนีน่า จำนวน 20 รางวัล ประกาศผลผู้โชคดีวันจันทร์ที่ 27 ก.พ.นี้ ทาง inbox นะคะ ขอให้ทุกคนโชคดีน้าาา <3

 



@NinaPraewpetch

Instagram


Fatal error: Cannot use object of type WP_Error as array in /home/ninabeau/domains/ninabeautyworld.com/public_html/wp-content/plugins/qode-instagram-widget/lib/qode-instagram-api.php on line 226