สาวๆเตรียมเฮ Garnier Micellar Cleansing Water เข้าไทยมาให้สาวๆลองใช้แล้ว!!

ถ้าใครจำได้ ล่าสุดที่นีน่าไปลอนดอนกลับมาแล้วทำ vdo “London Haul เปิดกระเป๋าช้อปปิ้งจากลอนดอน” นีน่ามี 1 ไอเท็มจาก drugstore ที่เป็นแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ แต่ผลิตภัณฑ์เป็น cleansing water ที่ยังไม่ได้เข้าไทย นีน่าได้ใช้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วหลงรักมาาาก ถือว่าเป็นไอเท็มคุณภาพดีที่ราคาดีงามด้วย และในวันนี้ดีใจสุดๆที่จะได้บอกสาวๆว่า ไอเท็มที่ว่านี้ เข้าไทยแล้วน้าาา!!!! ดีใจมากมายยยย นั่นก็คือ Ganier Micellar Cleansing Water นั่นเองค่ะ วันนี้จะมาทำการรีวิวกันแบบเต็มๆ ให้สาวๆเห็นประสิทธิภาพกันแบบชัดๆไปเลย

1

Product Claim

Garnier Micellar Cleansing Water เป็นผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางในรูปแบบน้ำ และมีพลังเทคโนโลยีของไมเซล่า จึงทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็กที่ตรงเข้าจัดการดูดเมคอัพทั้งแบบกันน้ำและไม่กันน้ำ รวมถึงสิ่งสกปรกต่างๆได้อย่างหมดจด โดยไม่ต้องถู ที่สำคัญคืออ่อนโยนต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอม และไม่ทิ้งความเหนียวหรือความแห้งตึงหลังใช้เลยค่ะ ในเมืองไทยเข้ามา 2 สูตรด้วยกันนะคะ สีชมพูสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มผิวแพ้ง่าย ส่วนสีฟ้าสำหรับผิวมันและเป็นสิว วันนี้เราจะมารีวิวสูตรสีชมพูเป็นหลักน้า ^^

2

Garnier Micellar Cleansing Water สูตรสีชมพูจะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด หลังใช้จะทำให้ผิวรู้สึกเนียนและนุ่ม ดูสุขภาพดีสุดๆ เหมาะสำหรับสาวๆผิวธรรมดารวมถึงผิวมีแนวโน้มแพ้ง่ายแบบนีน่านะคะ

3ลักษณะขวดจะเป็นพลาสติกใส เห็นตัวผลิตภัณฑ์ข้างในใสปิ๊งเลยค่ะ ส่วนฝาเป็นแบบเปิด-ปิดธรรมดา เวลาใช้ต้องเทใส่สำลี แอบคิดว่าถ้าเป็นหัวปั๊มน่าจะใช้สะดวกกว่านี้ แต่ด้วยความที่รูไม่ใหญ่เกินไป ทำให้กะปริมาณผลิตภัณฑ์ตอนเทออกได้ไม่ยากค่ะ ^^

Nina Testing

4มาถึงขั้นตอนการทดลองให้ดูกันบ้างค่ะ วันนี้นีน่าแต่งหน้าค่อนข้างจัดเต็ม ลงรองพื้นและสีแก้มแบบเนื้อครีมติดทน คิ้ว, ตา, ขนตา ใช้แบบกันน้ำทั้งหมด ส่วนปากเป็นสีแดงก่ำๆนิดๆ มาเริ่มทำความสะอาดด้วย Garnier Micellar Cleansing Water  กันเลยค่ะ!

5

มัดผมให้เรียบร้อย แล้วเริ่มด้วยการเทผลิตภัณฑ์ให้ชุ่มสำลีก่อนนะจ้ะ

6

นีน่าเริ่มลบที่ eye makeup จากดวงตาก่อนเลยค่ะ อย่างที่บอกว่าบริเวณนี้นีน่าใช้เมคอัพกันน้ำทั้งหมด จึงโปะสำลีที่ตาทิ้งไว้ซักแป๊บนึงก่อน ปล่อยให้เทคโนโลยีของ Garnier Micellar Cleansing Water ได้ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กค่อยๆดูดทุกอย่างออกมาให้ จากนั้นก็ปาดสำลีออกด้านนอก จะเห็นว่าตาดูสะอาดหมดจด ไม่มีสีใดๆหลงเหลืออยู่โดยไม่ต้องถูตามคำเคลมจริงๆค่ะ

7เช็ดตาทั้ง 2 ข้างแล้วมาต่อที่ปากกันค่ะ เท Garnier Micellar Cleansing Water จนทั่วสำลีเหมือนเดิม แล้ววางค้างไว้ที่ริมฝีปากนิดนึง (ใครทาปากสีเข้มจัด แนะนำให้ถือวางสำลีทิ้งไว้นานๆได้เลยค่ะ) เช็ดออกมาเรียบร้อย สีลิปสติกหลุดออกมา

8

 

และสุดท้ายมาทำความสะอาดผิวหน้ากันบ้างค่ะ เทผลิตภัณฑ์จนชุ่มสำลี แล้วค่อยเช็ดทำความสะอาดบนผิวหน้านะคะ เสร็จแล้วจับผิวหน้าจะรู้สึกว่าหน้านุ่มๆ และชุ่มชื่นมากจรงๆค่ะ

9ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยทุกส่วนบนใบหน้าแล้ว จะเห็นว่านีน่าใช้ปริมาณสำลีทั้งหมด 3 แผ่นเองนะคะ เท่านี้ผิวหน้าก็สะอาด ใสสุดๆ ให้ผิวได้หายใจกันบ้าง

10

แต่ก็ยังไม่หนำใจค่ะ คราวนี้นีน่าอยากรู้ว่าใช้การทำความสะอาดได้หมดจดจริงแค่ไหน นีน่าก็เลยเอาสำลีชุบ Garnier Misellar Cleansing Water ให้ชุ่มอีกรอบ แล้วมาเช็ดผิวในจุดที่เราเช็ดไปแล้ว

11

ผลลัพธ์ออกมาตามภาพเลยค่ะ สำลีชิ้นที่ 2 ของทุกส่วน แทบจะไม่มีเมคอัพหลงเหลืออยู่เลย แสดงว่าสะอาดหมดจดตั้งแต่แผ่นแรกแล้วเรียบร้อยค่ะ

Nina’s Result

สรุปคร่าวๆถึงผลลัพธ์จริงจากนีน่าหลังใช้ Garnier Micellar Cleansing Water นะคะ

12อย่างแรกเลยคือประทับใจในประสิทธิภาพในการลบเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด ไม่ต้องถูค่ะ และด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้ได้กับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย นีน่าว่าไม่ยากเลยที่ Garnier Micellar Cleansing Water จะเป็นสุดที่เลิฟของสาวๆในอนาคต ^^

Garnier Micellar Cleansing Water Pure Active

13จากที่นีน่าบอกตอนต้นไปว่า Garnier Micellar Cleansing Water มีขายที่ไทย 2 สูตรด้วยกันนะคะ สูตรสีชมพูเรารีวิวกันไปแล้วเรียบร้อย ส่วน อีกสูตรนึงคือขวดสีฟ้าตามรูปด้านบนเลยค่ะ และต่อท้ายชื่อผลิตภัณฑ์ยังมีคำว่า “Pure Active” แสดงว่าต้องมาในเรื่องช่วยปัญหาสิวแน่นอน สูตรนี้จะช่วยทำให้ความสะอาดและการล้างหน้าของเรา รู้สึกสดชื่น และยังช่วยขจัดความมัน ลดสาเหตุของการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผิวมัน และผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่ายนะจ้ะ เอาเป็นว่าใครมีปัญหาสิว ผิวมัน เลือกใช้เป็นสูตรสีฟ้า จะเข้ากับประเภทของผิวมากกว่าค่ะ ^^

Price & Conclusion

14

อยากให้สาวๆลองซื้อใช้ดูน้า รับรองว่าจะต้องชอบแน่ๆค่ะ ตอนนี้ในไทยมีขายแล้วที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ขนาด 400 มล. ราคา 249 บาท และ ขนาด 125 มล. ราคา 99 บาทนะคะ ใครลองใช้แล้วชอบหรือไม่ชอบเพราะอะไร มาบอกกันด้วยค่ะ

Sponsored by Garnier Thailand
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.garnierthailand.com และ
www.facebook.com/Garnierthailand     


@NinaPraewpetch

Instagram


Fatal error: Cannot use object of type WP_Error as array in /home/ninabeau/domains/ninabeautyworld.com/public_html/wp-content/plugins/qode-instagram-widget/lib/qode-instagram-api.php on line 226