เคล็ดลับเช็คคำโฆษณาก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ความงาม ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก!!

สมัยนี้บ้านเรามีผลิตภัณฑ์ให้เลือกซื้อกันมากมายเลยค่ะ ทั้งเครื่องสำอาง Skin Care ต่างๆ รวมไปถึงนวัตกรรม หรือเครื่องมือใหม่ๆ ที่มีมาให้เลือกเยอะมากๆ แต่ละแบรนด์ก็จะชอบเคลมคุณสมบัติกันแบบเต็มที่ เช่น ผลลัพธ์ที่ได้ ระยะเวลาที่เห็นผล ความปลอดภัย เป็นต้น แต่! เราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า เค้าหลอกเราอยู่หรือเปล่า คำเคลมที่เค้าบอกมานั้นมันเชื่อ ได้มั้ย งานนี้ Nackna จึงมีเคล็ดลับการเช็คคำเคลมของผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ แบบ Check List กันเป็นข้อๆ ป้องกันการโดนหลอก เพื่อให้ได้ของที่ดี ปลอดภัย และได้ผลปังๆค่ะ โดยต้องสังเกตจาก 5 สิ่งนี้ 

Print

“5 ข้อควรเช็คก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ความงาม”

1. เช็คคำเคลมที่น่าเชื่อ

ข้อนี้พูดกันง่ายๆเลยจ้า ว่าผลิตภัณฑ์นั้นต้องไม่เคลมแบบโอเวอร์เกินจริง เช่น สามารถทำให้ผู้หญิงขาวได้ 100% ภายใน 2 วัน ซึ่งในความจริงนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอนเนอะ ดังนั้นเราต้อง “ตั้งสติ” ก่อนค่ะ อย่าตื่นตะลึง และรีบอิน ไปกับความล้ำของสิ่งที่แบรนด์เคลมจนเกินจริง ต้องดูให้ดีๆก่อนนะ ว่ามันมีความเป็นไปได้มั้ย

 

2. สถาบันวิจัย

คำการันตีต่างๆ นานา ที่ชอบอ้างว่า ผ่านการวิจัยมาจากสถาบันนู้นนี้มากๆ เราก็ไม่ควรจะเชื่อเลยทันทีนะคะ ต้องเช็คให้ดีก่อนว่า สถาบันวิจัยหรือผู้วิจัยคือใคร ไม่ควรจะเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลิตภัณฑ์ เพราะไม่อย่างนั้น แล้ว อาจมีการบิดเบือนข้อมูลได้ ที่สำคัญถ้ายิ่งเป็นการถูกรับรองจริงๆ จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ และมีชื่อเสียงในด้านนั้นๆ ก็ยิ่งจะเป็นตัวการันตีให้เรามั่นใจได้มากขึ้นด้วย

 

3. เช็ควิธีการทดลอง

นอกจากความน่าเชื่อถือของสถาบันวิจัยแล้ว วิธีการทดลองก็เป็นอีก 1 เรื่องที่สำคัญค่ะ ควรเป็นวิธีการทดลองที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ใช่อ้างที่มาแบบลอยๆนะ อย่างเช่น บางผลิตภัณฑ์อาจมีการทดสอบทั้งในห้องแล็บ (in-vitro test) และทดสอบบนผิวจริง (in-vivo test) อีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบ และยืนยันความถูกต้องของผลการทดลองค่ะ หรืออาจมีการประเมินความพึงพอใจและความรู้สึกของอาสาสมัครที่มีต่อผลิตภัณฑ์ไปด้วย ก็จะยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ได้ประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของผู้บริโภคนะคะ

 

4. เช็คผลการทดลองว่าได้ผลจริงหรือเปล่า

“ผลลัพธ์ คือ การการันตีที่พิสูจน์ได้” ดังนั้นการที่หลายแบรนด์ชอบอ้างกันว่าใช้แล้วได้ผลลัพธ์ 100% แน่นอน  Nackna แนะนำให้ลองดูแบบละเอียดๆ กันสักนิดค่ะ อย่างเช่น ผลการทดลองนี้ ทดลองกับคนกี่คน และได้ผลกับคนกี่คน ทดลองกับคนหรือสัตว์ ทดลองกับคนชาติไหน หรือกระทั่งระยะเวลาในการทดลองและได้ผลลัพธ์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูเหมือนกันนะคะ

 

5. เช็คความน่าเชื่อถือของงานวิจัย

ขั้นตอนนี้เป็นเหมือนสิ่งยืนยันให้เรามั่นใจได้มากยิ่งขึ้นค่ะ เพราะตามหลักแล้ว การที่จะได้ตีพิมพ์เอกสารลงวารสารทางวิชาการนั้น มีขั้นตอนที่ค่อนข้างยาก ต้องได้รับการตรวจสอบแบบจริงจัง และใช้เวลานาน เพราะกว่างานวิจัยนั้นๆ จะได้รับการตีพิมพ์ เนื้อหาทุกบรรทัดก็จะต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งตรงนี้ทุกคนก็สามารถค้นหาข้อมูลงานวิจัยต่างๆ ได้จาก google หรือเว็บไซต์ต่างๆ ของสื่อที่น่าเชื่อถือได้เลย

p2
ขอบคุณภาพจาก PiOne

อย่างที่บอกไปนะคะว่า ในท้องตลาดบ้านเราตอนนี้เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย ถ้าสาวๆยังนึกไม่ออก ว่าจะเลือกยังไงดีนะ ทาง Nackna ก็เลยไปลองหาตัวอย่างงานวิจัยที่ดีมาให้ดูกัน และเราก็ได้ไปเจอกับงานวิจัยของแบรนด์นึง เห็นว่าน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี เลยขอข้อมูลมาค่ะ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณแบรนด์ PiOne ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลตัวอย่างงานวิจัยที่ดีมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เราลองมาเช็คดูทีละข้อกันเลยดีกว่า

1. เช็คคำเคลม

PiOne เขาเคลมว่า เป็นเครื่อง IPL สำหรับใช้งานเองที่บ้าน ที่สามารถ“กำจัดขนได้ถาวรจนถึงเซลล์รากขน พร้อมทั้งจัดการปัญหาสิว ริ้วรอย และจุดด่างดำได้” ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของหญิงสาวทุกคน ทีนี้คงต้องเริ่มด้วย การ“ตั้งสติ”และมาดูกันก่อนนะคะว่ามันเป็นไปได้มั้ย

Nackna ก็ได้ไปลองศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของ IPL มา เลยรู้มาว่า การใช้แสง IPL มันสามารถใช้กำจัดขน และจัดการปัญหาผิวต่างๆได้จริงค่ะ โดยใช้หลักการของคลื่นแสงในช่วงความยาวคลื่นที่เหมาะสม ลงไปจัดการปัญหาแต่ละจุด อย่างเรื่องกำจัดขน แสง IPL จะลงไปทำลายเซลล์รากขนด้วยหลักการ  Selective  Photothermolysis  (ทำลายเซลล์รากขนแบบจำเพาะ) และใช้เมลานินในเส้นขนเป็นตัวดูดซับแสง ส่วนเรื่องฟื้นฟูผิว จะใช้หลัก  Selective Absorption   ในการจัดการรอยดำรอยแดง และลงไปซ่อมแซมผิวชั้นในด้วยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เรื่องสิวก็จัดการได้ด้วยการทำลายเชื้อ P. Acnes ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดสิวค่ะ ซึ่งทั้งหมดที่พูดมา PiOne เค้าก็มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่าใช้แล้วเห็นผลจริงๆ เห็นแบบนี้แสดงว่ามีความเป็นไปได้นะคะ แต่อย่าเพิ่งรีบเชื่อ เราข้ามไปดูข้อต่อไปกันก่อนดีกว่า

 

2. ผู้วิจัยและสถาบันวิจัย

ผู้ทำงานวิจัยของเจ้าเครื่อง PiOne  ก็คือ Professor Dae Hun Suh, MD, PhD. อาจารย์และนักวิจัยประจำภาควิชาตจวิทยาของมหาวิทยาลัยแพทย์อันดับ 1 ของเกาหลีใต้ (Seoul National University Hospital)  ซึ่งนักวิจัยคนนี้ ก็ได้มีผลงานตีพิมพ์ทางการแพทย์ในการรักษาโรคผิวหนังต่างๆ อีกมากมาย และมีการศึกษาเปรียบเทียบวิธีการรักษาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การใช้ยา การใช้เลเซอร์แบบต่างๆ หรือแม้แต่การใช้แสงไอพีแอล ซึ่งมีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ไม่น้อยกว่า 60 ฉบับ เพราะฉะนั้น เรามั่นใจได้เลยว่า งานวิจัยของ PiOne  ถูกศึกษาด้วยทีมวิจัยที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

 p33. วิธีการทดลอง

สำหรับการทดลองของ PiOne จะทดลองในกลุ่มตัวอย่างคนเอเชีย ที่มีสีผิวใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไป โดยทดสอบภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดและให้ผลที่ถูกต้อง ไม่เกิดการแปรผลผิดพลาด เช่น ในการทดสอบการรักษาสิว ก็จะต้องทำการทดสอบในคนคนเดียวกัน และทำอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะทำแบบนี้กับการทดสอบด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดขน การลดเลือนริ้วรอย แก้ไขปัญหาสีผิวที่ผิดปกติ หรือการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน  ที่สำคัญเค้ายังมีการตัดชิ้นเนื้อในชั้นผิว มาย้อมสีทางวิทยาศาสตร์และส่องกล้อง เพื่อเปรียบเทียบดูการก่อตัวของเส้นใยคอลลาเจน ทั้งก่อนและหลังการใช้  PiOne  ด้วยนะคะ เห็นมั้ยว่าเค้าใช้วิธีการทดลองที่จริงจังและน่าเชื่อถือมากๆเลย

p4
ขอบคุณภาพจาก PiOne

 4. เช็คผลการทดลอง

อย่างที่บอกไปตอนแรก PiOne เขาเคลมว่าสามารถ “กำจัดขนได้ถาวรจนถึงเซลล์รากขน พร้อมทั้งจัดการปัญหาสิว ริ้วรอย และจุดด่างดำได้” Nackna ว่าเรามาเช็คผลกันทีละข้อเลยดีกว่าค่ะ

การกำจัดขน ที่คลื่นแสงต้องเข้าไปทำลายเซลล์รากขนให้หมด ถึงจะถือว่าการรักษาได้ผลจริง ผู้วิจัยเลยได้ใช้วิธี  Folliculoscopy ถ่ายภาพความละเอียดสูงไปยังเซลล์รากขน เพื่อตรวจสอบว่าเซลล์ถูกทำลายไปจริงหรือไม่ และผลที่ได้ก็คือ เซลล์รากขนถูกทำลายไปจริงๆ ภายในสัปดาห์ที่ 4 ค่ะ

p5
ภาพถ่ายความละเอียดสูงจากวิธี Folliculoscopy เปรียบเทียบผลการใช้ PiOne 4 สัปดาห์
(Reference : Korean Journal of Dermatology 2014; 52(12): 880-891) 
ขอบคุณภาพจาก PiOne
 

การรักษาสิว ที่มีสาเหตุจากเชื้อ P. acnes เมื่อเปรียบเทียบปริมาณสิวและรอยสิว โดยใช้หลักการ  Cunliffe  grading  (วัดผลโดยแบ่งตามความรุนแรงสิว) ตามมาตรฐานตจวิทยาสากล พบว่าจำนวนสิว และรอยสิวลดลงอย่างชัดเจน

p6
กราฟแสดงการเปรียบเทียบจำนวนรอยสิว เมื่อทดสอบใช้ PiOne 8 สัปดาห์
(Reference : Korean Journal of Dermatology 2014; 52(12): 880-891)
ขอบคุณภาพจาก PiOne

 

จุดด่างดำ  PiOne เค้ามีการทดสอบและวัดผลด้วยวิธี Spectroscopy เพื่อดูการลดลงของเม็ดสีเมลานิน โดยทดสอบเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ซึ่งผลที่ได้พบว่าจุดด่างดำจางลง และผิวกระจ่างใสขึ้นจริงๆค่ะ

p7
กราฟแสดงค่า Melanin Index โดยวัดผลด้วยวิธี Spectroscopy เมื่อทดสอบใช้ PiOne 8 สัปดาห์
(Reference : Korean Journal of Dermatology 2014; 52(12): 880-891)
 ขอบคุณภาพจาก PiOne
 

ริ้วรอย  เค้าได้มีการวัดค่าความยืดหยุ่นของผิว และตัดชิ้นเนื้อในชั้นผิว มาย้อมสีทางวิทยาศาสตร์เพื่อดูการก่อตัวของเส้นในคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ  ซึ่งก็เห็นผลชัดเจนว่า ริ้วรอยดูจางลงตั้งแต่ 4 สัปดาห์แรกเลยค่ะ

p8
ภาพถ่ายทางคลินิก เปรียบเทียบผิวหน้าบริเวณใต้ตา และร่องแก้ม เมื่อทดสอบใช้ PiOne ใน 8 สัปดาห์
(Reference : Korean Journal of Dermatology 2014; 52(12): 880-891)
 ขอบคุณภาพจาก PiOne
 

ที่สำคัญ คือ ความตรงไปตรงมา ในการเก็บข้อมูลของผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น รวมถึงความพึงพอใจในผลการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วย Nackna ว่าเค้าใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้ใช้งานมากๆเลยค่ะ เพราะนอกจากเรื่องประสิทธิภาพแล้ว ความปลอดภัยและความรู้สึกของผู้ใช้งาน ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันนะคะ

p9
ขอบคุณภาพจาก PiOne

 5. เช็คความน่าเชื่อถือของงานวิจัย

ข้อสุดท้ายจะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า งานวิจัยนี้มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง นั่นคือการได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Korean Journal of Dermatology 2014; 52(12): 880-891 ซึ่งเป็นวารสารการแพทย์ระดับชาติของประเทศเกาหลีใต้

p10
ขอบคุณภาพจาก PiOne

เอาล่ะสาวๆ อย่างเพิ่งถอดใจไปค่ะ การเช็คผลิตภัณฑ์ความงามอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็ทำให้เราได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องความงามมากขึ้นไปด้วยนะ เพราะในโลกของผลิตภัณฑ์ความงาม มีแต่สิ่งที่จับต้องไม่ได้เต็มไปหมดเราจึงควรฉลาดรู้เท่าทัน จะได้สวยในโลกความเป็นจริง ที่สำคัญคือ ได้ของที่ปลอดภัยและมีคุณภาพมาใช้ด้วยค่ะ

 

ใครที่สนใจสามารถคลิกไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซด์ของ  PiOne  เลยนะคะ



@NinaPraewpetch

Instagram