บินไปถึงญี่ปุ่นเพื่อจัดเต็มกับ JILL STUART ให้สาวๆได้ฟินก่อนเข้าไทย

ล่าสุดนีน่าเพิ่งไปทริปญี่ปุ่นกับ JILL STUART (จิล สจ๊วต)มาค่ะ ^^ สาวๆที่ติดตามนีน่าบน Facebook และ IG (@NinaPraewpetch) อยู่แล้วคงเห็นรูปอัพเดตอยู่บ่อยๆว่าทริปนี้ฟินสุดๆ เพราะเราได้รับเกียรติเป็นสื่อกลุ่มแรกที่ได้ไปทำความรู้จักแบรนด์จริงจังก่อนที่จะมาเปิดตัวที่ไทยในกลางเดือนมิถุนายนนี้ วันนี้นีน่าจะพามาเที่ยวพร้อมกัน พร้อมกับพาชมแบรนด์ JILL STUART ที่ญี่ปุ่น ว่ามีอะไรเด็ด อะไรเจ๋ง รวมถึงสาวๆที่อยากทราบราคาเมื่อมาไทยว่าจะขายที่เท่าไร ติดตามท้าย blog นี้ได้เลยค่ะ (ขอกระซิบว่าราคาดีมาาาก ร้านหิ้วมีหนาวค่ะ ><)

DAY 1: Full of Surprise

1เริ่มจากการบินก่อนเลยค่ะ ครั้งนี้เราบินการบินไทยนะคะ และนีน่าต้องขอขอบคุณทาง JILL STUART มากๆที่อำนวยความสะดวกเราเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไป-กลับด้วย business class โรงแรมห้าดาว รวมถึงอาหารทุกๆมื้อที่ดีงามสุดๆค่ะ

29มาถึงญี่ปุ่นด้วยเวลาที่ค่อนข้างดึก พวกเราตรงเข้าที่พักกันก่อนเลยค่ะ ที่พักครั้งนี้ดีงามมากมาย “The Prince Park Tower Tokyo” เป็นโรงแรมที่อยู่ตรง Tokyo Tower พอดีเป๊ะ วิวสวยงาม ชิลล์ได้อีกค่ะ ><

2อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ในห้องคือผลิตภัณฑ์ของ JILL STUART ในกลุ่มของ Skincare และ Body & Hair Care ที่จัดมาให้ด้วยแพคเกจจิ้งที่น่ารัก หวานสุดๆ แถมกลิ่นยังหอมมากๆอีกด้วยค่ะ ที่เห็นทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วย Cleansing Oil, Aqua Chiffon Protector W, Body Milk, Hand Cream, Shampoo N,  Conditioner N, Hair Mist และ Lip Balm พูดเลยว่านีน่าแกะใช้คืนแรกหลายชิ้นด้วยกัน เพราะทนไม่ไหวกับความน่าใช้ของแพคเกจจิ้งค่ะ >< ที่นีน่าชอบมากสุดๆต้องเป็น Hair Mist เลย เพราะกลิ่นหอมมากๆ ฉีดแล้วหอมฟุ้งไปทั้งห้องเลย ^^

DAY 2: Get to Know JILL STUART

4เช้าวันรุ่งขึ้น เราได้ทำความรู้จักกับ Mayumi Sato (คุณมายูมิ ซาโต้) Brand Manager ของ JILL STUART ที่มาต้อนรับเราอย่างอบอุ่นค่ะ คุณ Mayumi ได้เล่าประวัติและความเป็นมาคร่าวๆของแบรนด์ นีน่าเลยได้เรียนรู้ว่าจริงๆแล้ว JILL STUART เป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดมาจากนิวยอร์ก ประเทศอเมริกา โดยที่เริ่มจากการเป็นแฟชั่นแบรนด์มาก่อนค่ะ หลังจากนั้นค่อยๆขยายและพัฒนามาจับกลุ่มผลิตภัณฑ์บิวตี้บ้าง โดยให้ทางประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิต และเน้นตลาดที่นี่ไปเลย จนทำให้ JILL STUART Beauty โด่งดังมากๆในญี่ปุ่น และกลายเป็น Head Quarter สำคัญของแบรนด์เป็นที่เรียบร้อยค่ะ

31

ภาพลักษณ์ของแบรนด์จะเน้นหญิงสาว (Jill Girls) ที่มีบุคลิกแบบ Innocent Sexy ^^ ตอนแรกนีน่าก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าผู้หญิง innocent sexy มีลักษณะยังไง ทางแบรนด์อธิบายให้ฟังว่าคือมีความเป็นหญิงสาวไร้เดียงสา น่ารัก น่าทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกันก็มีมุมที่มีความมั่นใจ น่าค้นหา กล้าลองกล้าเล่นในสิ่งใหม่ เพราะทางแบรนด์เชื่อว่าในตัวผู้หญิงทุกคน จะไม่ได้มีแค่บุคลิกใดบุคลิกเดียว แต่จะมีทั้งความน่ารักและเซ็กซี่อยู่ในตัว แล้วแต่ว่าโอกาสไหนจะดึงบุคลิกแบบไหนออกมาแค่นั้นเองค่ะ โดยหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เราสามารถดึงบุคลิกต่างๆออกมาได้ก็คือ เมคอัพสไตล์ที่แตกต่างกัน วันนี้ทาปากชมพู พรุ่งนี้ทาปากแดง ก็ได้ 2 ลุคที่แตกต่างกันแล้วค่ะ

5หลังจากได้ทำความรู้จักกับแบรนด์ไปคร่าวๆ เราก็ได้มาเล่นกับผลิตภัณฑ์ JILL STUART กันบ้าง จะบอกว่าทุกคนตื่นเต้นกันสุดๆ เพราะ JILL STUARTโดดเด่นในเรื่อง packaging อยู่แล้ว ยิ่งพอเอาไอเท็มหลายๆชิ้นมาวางรวมกัน โอ้โฮ!!! คือเหมือนมีแรงดึงดูดแบบมหาศาลให้สาวๆเข้าไปชื่นชมกันอย่างบ้าคลั่งเลยค่ะ (นีน่าก็เป็นหนึ่งในนั้น ><)

7เริ่มด้วยบลัชออกปัดแก้มตัวดังและขายดีที่สุดของ JILL STUART นั่นคือตัว Mix Blush Compact ไอเท็มนี้นีน่าใช้มานานมากๆ และชอบสุดๆ เพราะมีแปรงแถมมาให้ด้วยค่ะ packaging ไม่ต้องพูดถึงเนอะ งามมากๆอยู่แล้ว แถมคุณภาพของเนื้อสีก็เริ่ดค่ะ สีสวย ชัดเจน ทาออกมาได้ลุคละมุนมากๆ

12สีทาเล็บที่มีให้เลือกกว่า 20 สีค่ะ นี่ยังไม่รวมสีที่มาเป็น limited edition ใน collection ต่างๆที่ออกมาในทุกๆฤดูด้วยนะคะ ตั้งรวมกันแล้วสวยมากๆเลย ^^

6อายแชโดว์พาเลทที่มีให้เลือกทั้งแบบ 4 หรือ 5 สีในตลับเดียวค่ะ มีเฉดให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสีสันสดใส หรือสีสันธรรมชาติแนวเอิร์ทโทน

9อายแชโดว์เนื้อเยลลี่เป็นสิ่งที่นีน่าเลิฟมาาาก คือ texture จะเป็นหยุ่นๆนุ่มๆเหมือนเยลลี่จริงๆค่ะ แถมพอปาดสีออกมาแล้วยังมีความแน่นของ pigment มากๆ รักมากๆจริงๆตัวนี้

8ต่อด้วยลิปสติกที่เน้นในเรื่องสีฉ่ำวาว ดูมีความแวววาวและให้ความชุ่มชื่นกับริมฝีปากค่ะ นีน่าแอบสังเกตมาว่าสาวๆญี่ปุ่นชอบทาปากเนื้อ sheer นะคะ ไม่ชอบความแมทท์หรือเนื้อสีที่ชัดเจนสุดๆเหมือนเทรนด์ตะวันตกซักเท่าไร แต่ที่ยอมแพ้เลยคือ packaging อีกแล้วค่ะ เลอค่า น่ารักมากๆ จากรูปด้านบน ตัวแท่งลิปสติกที่เป็นรูปดอกไม้ ตรงนั้นสามารถพับขึ้นมาเป็นกระจกจิ๋วๆให้เราส่องตอนทาลิปสติกได้ด้วยค่ะ ^^

11ต่อด้วยงานสกินแคร์ประเภทต่างๆค่ะ ทั้ง Body Care เช่นพวกสบู่เหลวอาบน้ำ บอดี้สครับ โลชั่นทาตัว บอดี้สเปรย์ || Hand Care เช่นสบู่เหลวล้างมือ โลชั่นบำรุงมือและเล็บต่างๆ || Facial Skincare ทั้งออยล์ล้างเมคอัพ โฟมล้างหน้า บำรุงต่างๆ หรือลิปบาล์มก็มีค่ะ || Hair Care มาทั้งแชมพู ครีมนวดผม มาส์กแบบเข้มข้น น้ำหอมผม และอื่นๆอีกมากมายที่มาในแพคเกจจิ้งดีงามตามเคยค่ะ

10สุดท้ายคือน้ำหอมที่เค้าดีไซน์ packaging ของทุกรุ่นทุกแบบด้วยความตั้งใจมากๆ ทางแบรนด์อธิบายว่ากว่าจะได้ดีไซน์ขวดน้ำหอมแต่ละขวด ต้องใช้เวลานานหลายปีเลยทีเดียวค่ะ ไม่น่า…… ขวดจึงเลอค่าแบบที่เราได้เห็นกันตามรูปค่ะ

15อย่างน้ำหอมขวดนี้ “JILL STUART Crystal Bloom Eau de Parfum” ทางแบรนด์เล่าให้ฟังว่าเป็น packaging ที่ใช้เวลาดีไซน์นานที่สุด ตั้งแต่การออกแบบจากในคอมพิวเตอร์ หล่อออกมาเป็นแม่พิมพ์ แล้วต้องตรวจเช็คว่าสามารถแพ็ค บรรจุกล่องได้จริงหรือไม่ จะบอบบางเกินไปรึเปล่า แตกง่ายมั๊ย จนสุดท้ายออกมาเป็นขวดเลอค่าแบบที่เราเห็นเลยค่ะ ^^

16จริงๆแล้วไม่ใช่เพียงแค่ขวดน้ำหอมอย่างเดียวนะคะ ที่เค้าใส่ใจในการดีไซน์ แต่ทุกๆไอเท็มที่ทำให้เราๆได้กรี๊ดกร๊าดกับ packaging นั้น ล้วนผ่านความคิด การออกแบบมาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกล่องที่เป็นการดีไซน์พลาสติกเนื้อดีให้ใสเหมือนคริสตัลจริงๆ หรือการนำเอาเพชร หรือดอกไม้ที่เป็นสิ่งของที่คุณ JILL STUART ชอบมากๆมาเป็นองค์ประกอบในส่วนต่างๆของแพคเกจจิ้ง จนทำให้แพคเกจจิ้งของ JILL STUART ได้รับคำจำกัดความว่า Modern Vintage ซึ่งก็คือมีดีไซน์ที่คลาสสิค วินเทจ แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความสมัยใหม่ด้วยวัสดุที่ใช้อย่างความใสกิ๊งของคริสตัลนั่นเองค่ะ ^^

17แอบให้ดู texture ของผลิตภัณฑ์ซะหน่อย จะสังเกตว่าตัว Jelly Eye Color ให้สี payoff ที่ชัดเจน แต่มีความสว่าง ระยิบระยับมากๆค่ะ ส่วนลิปสติกรุ่น Lip Blossom ก็ให้สีที่ค่อนข้างสดชัด แต่ก็ยังมีความแวววาว ชุ่มชื่นด้วยค่ะ

18หลังจากได้เล่นผลิตภัณฑ์ต่างๆจนหนำใจแล้ว ทางแบรนด์ก็เตรียมชุดและรองเท้าของ JILL STUART มาให้พวกเราเปลี่ยนใส่ถ่ายรูปสวยๆในแบบของ Jill Girls กันด้วยค่ะ

25แชะรูปกับสาวๆเพื่อๆพี่ๆบล็อกเกอร์ร่วมทริปแบบครบทีมกันเลย มีทั้งพี่สายป่าน SP Saypan, พี่ทราย Feonalita, พี่แป้ง Kirari, พี่เอิ๊ก Erk-Erk และหน่องเม Mayyr ทุกคนแปลงร่างเป็นสาวหวานแนว innocent sexy ไปตามๆกันเลยค่ะ ^^

24พวกเราจะไม่หยุดอยู่แค่รูปยืนนิ่งๆที่ backdrop ค่ะ งานนี้ต้องมีการโพสท่าแบบ Girl Group กันด้วย กว่าจะได้ 2 รูปนี้ออกมา ถ่ายกันไปเยอะมากๆค่ะ 5555

27หลังจากนั้นเราทั้งหมดก็แวะไปทานดินเนอร์พร้อมชมซากุระสวยๆกันค่ะ รูปนี้เค้ามีการจัดไฟส่องไปที่ต้นซากุระในตอนกลางคืนให้ดูมีสีสันขึ้นนะ ดอกซากุระจริงๆสีชมพูอ่อนเกือบขาวเลยค่ะ ^^

DAY 3: JILL STUART Shop Visit

23วันที่ 3 แต่เช้าทางแบรนด์พาเราไปย่านชิบุย่าเพื่อเยี่ยมชมช็อปของ JILL STUART กันค่ะ งานนี้ได้เจอขวัญใจวัยรุ่นญี่ปุ่นที่เป็นฑูตของชิบุย่าด้วยน้า 2 แฝด เอมา กับ เอริ นางน่ารักมากๆ มีแนวแฟชั่น การแต่งหน้าเป็นของตัวเอง ถือว่าเป็น net idol ที่กำลังป๊อปมากๆในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่นเลยน้า

21ภายใน shop ตกแต่งน่ารักตามคาดเลยค่ะ นีน่าแอบ snap บิวตี้ไอเท็มมาฝากสาวๆให้ดูกันเพลินๆกันด้วย ^^

22คือนอกจากไอเท็มที่นีน่าเกริ่นพูดให้ฟังในตอนต้นแล้ว ยังมีเหล่าบรรดารองพื้นและเบสเมคอัพต่างๆที่ JILL STUART ทำออกมาได้ดีงามเช่นกันค่ะ มีทั้งรองพื้น บีบีครีม คอนซีลเลอร์ หรือไพรเมอร์หลากหลายแบบเลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์บิวตี้ต่างๆเพิ่มขึ้นมาด้วย ทั้งกระจกน่ารักๆ ที่ดัดขนตา แปรงแต่งหน้า รวมถึงผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้านุ่มนิ่มสุดๆให้แฟนๆ JILL STUART ได้เลือกซื้อกลับไปใช้ด้วย

14และที่ขาดไม่ได้ก็คือคอลเลคชั่น Spring-Summer 2016 ที่เพิ่งออกใหม่ล่าสุดนะจ้ะ เซ็ทนี้สวยงามน่ารักเช่นเคย มีทั้งลิปกลอส อายไลเนอร์สีสัน อายแชโดว์พาเลท บลัชออนพาเลท และกระเป๋าเครื่องสำอางในคอลเลคชั่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้เป็น Limited Edition นะคะ หมดแล้วหมดเลย รอใหม่ซีซั่นหน้า ซึ่งก็จะมีดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป ^^

20

ข้างๆร้าน JILL STUART Beauty & Party ก็ยังมีช็อป JILL by JILL STUART ที่ขายเสื้อผ้าจากดีไซนเนอร์ JILL STUART ด้วยเช่นกันค่ะ มีหลายไอเท็มน่าซื้อใส่มากมาย แถมราคาไม่ได้แพงเว่อร์ด้วยนะ เริ่มตั้งแต่ 2,000-3,000 บาทเป็นต้นไปค่ะ

26และหลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ นีน่าได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม JILL STUART Nail Salon ในย่าน Ginza ด้วยค่ะ จะบอกว่าทางแบรนด์เค้าเน้นเรื่องเล็บมากๆเช่นเดียวกันนะคะ เห็นได้จากสีทาเล็บที่มีให้เลือกมากมาย พร้อมทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมือที่มีอยู่ด้วย ส่วนเรื่องราคาก็ถือว่าไม่สูงหรือไม่ต่ำเกินไปค่ะ เริ่มต้นที่ 1,080 Yen (ประมาณ 300 กว่าบาท) นะจ้ะ แต่สิ่งสำคัญคือต้องจองคิวก่อนมาทำเสมอค่ะ walk-in เข้ามาอาจไม่ได้ทำ เพราะคิวเค้าแน่นมากๆ ^^

30บวันที่ 3 เราไปทานดินเนอร์อำลากันค่ะ (เพราะวันรุ่งขึ้นก็จะเดินทางกลับกันแล้ว) จะบอกว่าอาหารทุกๆมื้อของทริปนี้ก็ชนะเลิศเช่นเดียวกัน นีน่าเลยรวบรวมเอารูปภาพอาหารและของหวานทั้งหมดที่ทาง JILL STUART จัดเตรียมให้อย่างดีมาให้สาวๆฟิน >< น่าทานทุกอย่างเลยใช่มั๊ยล่ะคะ??

32แล้วในที่สุดทริป JILL STUART 3 วันที่ญี่ปุ่นก็ได้จบลงค่ะ งานนี้พูดเลยว่าประทับใจในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทีมงานจากเจ้าของแบรนด์ JILL STUART หรือแม้กระทั่งเอเจนซี่ Public Hits ที่ตั้งใจทำทริปครั้งนี้นำเสนอสิ่งดีๆให้พวกเราได้ทั้งความรู้และสนุกสนานกัน ยังไม่นับความว้าวของไอเท็มมากมายจาก JILL STUART ที่นีน่าเองยังหลงรักเลยค่ะ ^^

33

แต่ก่อนจะจากกัน ตามที่นีน่าบอกไว้แต่ตั้งแต่ต้นว่า JILL STUART กำลังจะเข้าไทยกลางเดือนมิถุนายน 2016 นี้แล้วนะคะ!! เคาน์เตอร์จะอยู่ที่ชั้น M สยามพารากอน สาวๆเตรียมตัวได้เลย แต่ที่สำคัญที่สุดนั่นคือราคาค่ะ ^^ นีน่าบอกได้เลยว่าราคาที่จะเข้าไทยคือดีงามจริงๆ ถือว่าแปลงจากเงินเยนออกมาเป็นเงินบาทได้เกือบจะเท่ากันเลย ดังนั้นสาวๆไม่ต้องสั่งจากร้านหิ้วอีกต่อไปนะคะ เพราะซื้อเองได้ที่ไทยและราคาก็เริ่ดอีกด้วย ด้านล่างนีน่ามีราคาคร่าวๆมาฝากกันค่ะ

  • Mix Blush Compact & Layer Blush Compact 1,650 บาท
  • Lip Blossom 950 บาท
  • Rouge My Dress Lipstick 1,050 บาท
  • Jelly Lip Gloss N 790 บาท
  • Forever Juicy Oil Rouge Lip Gloss 950 บาท
  • Melty Lip Balm 550 บาท
  • Ribbon Couture Eyes & Shimmer Couture Eyes 1,700 บาท
  • Jelly Eye Color N 850 บาท
  • Blooming Blossom Curl Rush Mascara 1,050 บาท
  • Eyebrow Powder 1,100 บาท
  • Eyebrow Pencil 750 บาท
  • ผลิตภัณฑ์ล้างเมคอัพแบบต่างๆ 650-990 บาท
  • สีทาเล็บแบบต่างๆ  550 บาท
  • Rich Moisture Silk Powder Foundation & Everlasting Silk Powder Foundation Flawless Perfection  1,250 บาท
  • Loose Powder N 1,650 บาท
  • Smooth Silk Liquid Foundation 1,450 บาท
  • Rich Moisture Primer 1,050 บาท
  • Crystal Lucent Face Powder 1,750 บาท
  • Airy Tint CC Cream & Airy Tint Watery CC Cream 1,200 บาท
  • Secret Control Concealer 1,000 บาท
  • กระจกแบบต่างๆ 980-1,250 บาท
  • แปรงแต่งหน้า เริ่มต้นที่ 750 บาท
  • Body Care ต่างๆเริ่มต้นที่ 1,050 บาท

13เอาเป็นว่าสาวๆเตรียมเก็บตังค์รอได้เลยค่ะ นีน่ารับรองว่าของของ JILL STUART คุณภาพดีมาก แถมแพคเกจจิ้งยังน่าสะสมเกือบทุกชิ้น ซื้อมาแล้วคุ้มค่าราคาแน่นอน จะรอให้สาวๆมาเป็น Jill Girls ด้วยกันนะคะ ^^

Content Sponsored by Jill Stuart Thailand



@NinaPraewpetch

Instagram