ตามนีน่ามาลองเลนส์ที่จุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์จาก Johnson & Johnson Vision Care

ก่อนหน้านี้นีน่าเคยมีโอกาสไปวัดสายตาเพื่อการตัดแว่นมาหลายครั้งอยู่เหมือนกันค่ะ และเชื่อว่าสาวๆหลายๆท่านก็คงเคยมีประสบการณ์วัดสายตาเหมือนกัน แน่นอนว่าเราต่างก็เคยชินกับการวัดสายตาเพื่อตัดแว่นสายตา แต่เราเคยคิดบ้างมั๊ยว่าจะตรวจวัดสายตาก่อนซื้อคอนแทคเลนส์สายตาที่เราใส่กันอยู่ทุกๆวัน เพราะจริงๆแล้วจะมีความแตกต่างจากค่าสายตาสำหรับตัดแว่นอยู่มากค่ะ วันนี้นีน่าจะมาเล่าประสบการณ์และพาสาวๆตามนีน่าไปที่จุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์จาก Johnson & Johnson Vision Care ไปดูกันเลย!

Thumbทำไมต้องวัดสายตาเมื่อจะเลือกซื้อคอนแทคเลนส์?

อย่างที่นีน่าบอกไปตอนต้นว่า จริงๆแล้วการวัดค่าสายตาสำหรับตัดแว่นสายตาและการเลือกคอนแทคเลนส์มีความแตกต่างกันค่ะ  เพราะตัวคอนแทคเลนส์จะต้องมาสัมผัสกับดวงตาเราโดยตรง รวมทั้งเราจะต้องคิดถึงค่า Base Curve หรือ B.C. (ค่าความโค้งของผิวเลนส์ด้านหลัง) ซึ่งเป็นด้านที่ต้องสัมผัสกับดวงตา ดังนั้นถ้าเราได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและได้ทดลองเลนส์ก่อนซื้อใช้จริง ก็จะทำให้สามารถเลือกคอนแทคเลนส์ที่มีค่าความโค้งเหมาะสมกับดวงตาของเรามากที่สุดค่ะ ไม่ต้องมาคอยกังวลทีหลังว่าซื้อคอนแทคเลนส์มา แต่ใส่ไม่สบาย ไม่เข้ากับตา และต้องทิ้งในที่สุด

ทำไมต้องที่จุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน?

ความพิเศษของจุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์จาก Johnson & Johnson Vision Care แตกต่างและมีความดีกว่าที่อื่นยังไง ตามนีน่ามาดูกันค่ะ!

2นีน่าแวะไปที่ร้าน KT Optic ที่สาขา เมกะ บางนา เพื่อรับบริการการตรวจวัดสายตาค่ะ สาขานี้อยู่บริเวณชั้น 1 ฝั่ง Ikea ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Uniqlo ร้านค่อนข้างใหญ่ หาไม่ยากเลยค่ะ

3ภายในร้านใหญ่โต ตกแต่งสวยงาม มีมุมต่างๆแยกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแว่นตากันแดด แว่นสายตา หรือแม้กระทั่งมุมคอนแทคเลนส์ค่ะ

5นีน่าเหลือบไปเห็นมุมที่เรากำลังตามหาในวันนี้พอดี เป็นจุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่น แคร์ ที่ถือว่าอยู่ในมุมที่เด่นมากๆ ดูแบ่งออกเป็นสัดส่วน น่าเข้าไปใช้บริการมากมายค่ะ

6พนักงานภายในร้านให้บริการเป็นอย่างดี รวมถึงบอกให้นีน่าถอดเลนส์ที่ใส่มาก่อน แล้วรออีกซัก 15-20 นาทีก่อนที่จะเริ่มวัดสายตาจริงๆ เพื่อให้ค่าสายตาคงที่และออกมาถูกต้องที่สุดค่ะ

4ระหว่างรอก็เดินเล่นภายในร้าน และนั่งรอที่จุดโซฟานั่งเล่นเซ็ทใหญ่ภายในร้าน ซึ่งจัดออกมาได้ลงตัวสวยงามมากมาย และเมื่อถึงเวลา พนักงานก็มาเรียกให้นีน่าเข้าไปในห้องวัดสายตาค่ะ

Course for Eye Care Standard

เมื่อถึงห้อง พนักงานอธิบายให้นีน่าฟังว่า พนักงานที่ให้บริการที่จุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันทุกคน จะต้องผ่านการอบรม Course for Eye Care Standard ก่อนมาให้บริการจริงกับทางลูกค้าค่ะ โดยที่ขั้นตอนในการให้บริการของที่นี่ จะมีมากถึง 11 ขั้นตอนด้วยกัน เป็นการตรวจเช็คสุขภาพตาอย่างละเอียดก่อนที่จะแนะนำคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม เรามาเริ่มกันเลย ^^

1. สอบถามประวัติลูกค้า

7พนักงานจะซักประวัติเกี่ยวกับสายตาของเรา เช่น ปกติใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์บ่อยมั๊ย? หรือนิสัยการใช้ชีวิตประจำวันของเราต้องใช้สายตามากน้อยขนาดไหน? ทั้งหมดนี้เพื่อการประเมินสุขภาพตาประกอบกับขั้นตอนอื่นๆต่อๆไปค่ะ

2. ทดสอบความสามารถในการมองเห็นด้วยตาเปล่า 

8 จากนั้นก็จะให้นีน่าเริ่มอ่านตัวเลขด้วยตาเปล่า ทั้งในระยะใกล้และไกล เพื่อประเมินค่าสายตาในเบื้องต้นค่ะ

3-4. Autorefractor: การตรวจวัดความผิดปกติของการมองเห็นเบื้องต้นด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

9ขั้นตอนนี้เริ่มใช้เครื่องอัตโนมัติในการบอกถึงความผิดปกติของการมองเห็นเบื้องต้นของดวงตา หรือความสามารถในการใช้สายตาของเราค่ะ เครื่องนี้สาวๆน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนะจ้ะ เจอบ่อยๆ ^^

5-6. การตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดด้วยเครื่อง Phoropter

10ขั้นตอนนี้เริ่มใช้เครื่องอัตโนมัติแบบที่ไม่เคยเห็นที่อื่นมาก่อนแล้วค่ะ ตัวเครื่องลักษณะคล้ายแว่นตาที่ให้เรามองผ่านเครื่องเพื่ออ่านตัวเลขข้างหน้าไกลๆ โดยที่จะมีการวัดค่าสายตาไปในตัว

 7. อ่านค่าสายตาว่าเท่ากันหรือไม่ด้วยสีเขียว-แดง

11ด้วยเครื่องเดิม พนักงานจะเปิดไฟสีเขียวและแดง เพื่อให้เราอ่านค่าตัวเลขอีกที เพื่อเป็นการทดสอบการมองเห็นของตาทั้ง 2 ข้างว่ามีค่าสายตาใกล้เคียงกันหรือไม่ เห็นเลขสีใดชัดกว่าค่ะ

8-9. ทดสอบความสามารถในการมองเห็น และการแยกแยะความแตกต่างของสีต่างๆ

22เป็นการอ่านค่าตัวเลขจากแผ่นกระดาษที่ทางพนักงานเตรียมมาให้ค่ะ ขั้นตอนนี้คุ้นๆ คล้ายๆเหมือนตอนที่เราไปสอบใบขับขี่เลยแฮะ! ^^

10-11. หาค่าสายตาที่ดีที่สุด และ หาค่าสายตาเอียง

13ขั้นตอนการหาค่าสายตา จะมีการวัดตั้งแต่แรกด้วยเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งของนีน่าได้ค่าสายตาสั้นตั้ง 125 ซึ่งต้องบอกว่าตกใจมาก เพราะปกตินีน่าจะสั้นแค่ 50-75 ทั้ง 2 ข้าง พอเห็นเป็นค่าเกินร้อยเลยตกใจ พนักงานบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะค่าที่วัดจากเครื่องอัตโนมัติจะยังไม่ตรงและยังไม่สามารถนำมาใช้จริงได้ซะทีเดียว ยังไงก็ต้องมาวัดอย่างละเอียดอีกครั้งในห้องตรวจวัดสายตาอยู่ดีค่ะ

คราวนี้เป็นการวัดแบบ traditional ขึ้นมาหน่อยคือการใส่แว่นและเปลี่ยนค่าเลนส์ไปเรื่อยๆแล้วให้นีน่าอ่านตัวเลขไกลๆ เมื่อหาเลนส์ที่เหมาะที่สุดแล้ว นีน่าก็ใส่เลนส์อันนั้นออกมาเดินเล่นนอกห้อง เดินในร้านซักพักเพื่อให้แน่ใจว่าค่าสายตานี้ใส่สบาย มองเห็นคมชัด และไม่ทำให้มึนหัวจนเกินไปค่ะ

14และแล้วผลก็ออกมาค่ะ สรุปว่าการวัดครั้งนี้ นีน่ามีค่าสายตาสั้น -0.75 เท่ากันทั้ง 2 ข้าง (ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย ><) จบการทดสอบทั้ง 11 ขั้นตอนแล้ว ทีนี้ทางพนักงานก็พามาที่มุมของ Johnson & Johnson Vision Care เพื่อมาเลือกและแนะนำคอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับนีน่ามากที่สุดค่ะ

คอนแทคเลนส์รายวัน เพื่อความงามโฉมใหม่ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 

หลังจากได้วิเคราะห์ถึงสุขภาพตานีน่า และ รูปแบบการใช้สายตาของนีน่าในแต่ละวันแล้ว ทางผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นีน่าใช้คอนแทคเลนส์รายวัน เพื่อความงามโฉมใหม่ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นคอนแทคเลนส์ที่ใส่สบายแล้ว ยังออกแบบมาเพื่อช่วยเน้นดวงตาให้ดูสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะ ไปดูคุณสมบัติหลักๆของคอนแทคเลนส์รุ่นนี้กันเลยดีกว่า

15

Product Claim 

คุณสมบัติเด่นของคอนแทคเลนส์รายวัน เพื่อความงามโฉมใหม่ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มี 2 ข้อใหญ่ๆด้วยกันค่ะ

1. คุณภาพและความปลอดภัย

  • การผลิตที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Beauty-Wrapped-In-Comfort (BWIC) โดยการวางชั้นสีเอาไว้ตรงกลางระหว่างชั้นเลนส์ จึงมั่นใจได้ว่าชั้นสีจะไม่มีโอกาสหลุดลอกสัมผัสพื้นผิวดวงตาได้เลย
  • เทคโนโลยีเอกสิทธิเฉพาะ Lacreon™ ที่มีสารกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ในเนื้อเลนส์ได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมง ทำให้รู้สึกสบายตาตลอดทั้งวันที่ต้องสวมใส่คอนแทคเลนส์
  • ออกซิเจนสามารถซึมผ่านเลนส์เข้าสู่ดวงตาได้ดี ช่วยให้ดวงตามีสุขภาพดี
  • มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UVA และ UVB

2. ความสวยงาม

  • การออกแบบคอนแทคเลนส์ได้รับแรงบันดาลใจจากม่านตาสาวเอเชีย ตัวเลนส์ที่มีสีโปร่งกลมกลืนกับสีตา ทำให้ดวงตาเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีให้เลือกใส่ได้ 3 สี 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น
    1. Natural Shine™: คอนแทคเลนส์สีเทาเข้มประกายทอง ที่ทำให้ดวงตาดูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ
    2. Vivid Style: คอนแทคเลนส์ขอบสีน้ำตาล ให้ดวงตาดูสดใส มีชีวิตชีวา
    3. Accent Style: คอนแทคเลนส์ขอบสีเทาดำ ช่วยทำให้ดวงตาคมชัดโดดเด่น

จะบอกว่าตัวนีน่าเองก็ใส่คอนแทคเลนส์รุ่นนี้เป็นประจำอยู่แล้วค่ะ ถ้าสาวๆยังคงพอจะจำกันได้ นีน่าเคยรีวิวไว้ให้ดูด้วยตามลิงค์นี้เลยค่ะ >>> http://goo.gl/chSqFp หรือจะเป็นในรูปแบบคลิปสั้นๆตามด้านล่างนี้ได้เลย:

ส่วนถ้าสาวๆคนไหนอยากรู้วิธีแต่งหน้าให้เข้ากับสไตล์ของคอนแทคเลนส์แต่ละแบบ ก็สามารถดูได้จากคลิปแต่งหน้าของนีน่าด้านล่างได้เช่นเดียวกันค่ะ

Nina Testing

คราวนี้หลังจากที่เราตกลงรุ่นเลนส์ที่จะใส่แล้ว พนักงานของทางร้านก็จะเริ่มแนะนำวิธีการใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีค่ะ นีน่าว่าดีมากๆ เหมาะสุดๆสำหรับท่านใดที่เพิ่งจะเริ่มใส่คอนแทคเลนส์เป็นครั้งแรก ที่นี่จะมีที่นั่งให้ค่อยๆใส่สบายๆ พร้อมผู้ให้คำแนะนำอย่างถูกวิธี

18ด้วยความที่นีน่าใส่เลนส์เป็นประจำอยู่แล้วจึงใช้เวลาแป๊บเดียวในการใส่ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

19จากรูปด้านล่างจะเห็นได้อย่างชัดเจนสำหรับตาด้านซ้ายที่นีน่าใส่คอนแทคเลนส์รุ่น Natural Shine เรียบร้อยแล้ว กับตาด้านขวาที่นีน่ายังไม่ได้ใส่อะไรค่ะ ตาด้านซ้ายจะดูมีมิติมากขึ้น แต่ดูไม่ได้ตาโตเยอะจนเกินไป นีน่าชอบที่ทำให้ลุคของเราดูสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

20ลองคอนแทคเลนส์เสร็จเรียบร้อย ถ้าถูกใจเลนส์สาวๆก็แค่จ่ายตังค์ค่าคอนแทคเลนส์ที่เราซื้อกลับเท่านั้นเองค่ะ ไม่มีค่าบริการสำหรับจุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์จาก Johnson & Johnson Vision Care ใดๆทั้งสิ้น ดีงามสุดๆค่ะ เท่านี้ก็เป็นอันจบขั้นตอนแล้วจ้า

 

Nina’s Conclusion

มาสรุปกันดีกว่า ตัวนีน่าเองถือว่าดีงามมากๆ สำหรับบริการแบบนี้ค่ะ ถือเป็นการให้ความสะดวกสบายสำหรับลูกค้าโดยไม่มีคิดค่าใช้จ่าย ทำให้เราได้รู้จักความต้องการของตัวเองมากขึ้น รวมถึงความปลอดภัยในการเลือกซื้อคอนแทคเลนส์ที่ถูกต้องต่อความต้องการของเราจริงๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อคอนแทคเลนส์ที่บางทีใส่แล้วไม่สบายตา ไม่เข้ากับตา หรือมีค่าสายตาไม่ตรงตามความต้องการ แล้วสุดท้ายก็ต้องทิ้งไป ตัวนีน่าเองปกติจากที่ไม่ค่อยใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตามาก่อน หลังจากลองใส่เลนส์ที่มีค่าสายตาตรงกับทำวัดมา ทำให้มองเห็นได้ชัดขึ้น หรือ มองเห็นภาพได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลยค่ะ ^^

21อีกหนึ่งความประทับใจต่อจุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์จาก Johnson & Johnson Vision Care คือมีพนักงานที่ใส่ใจให้บริการค่ะ ทุกคนสามารถแนะนำคอนแทคเลนส์รุ่นต่างๆที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และความต้องการของเรามากที่สุด รวมถึงยังตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น ยาว เอียง ให้ได้รับบริการอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน

17ที่สำคัญ นีน่าว่าเหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยใส่คอนแทคเลนส์ที่จะมารับบริการ เพราะอย่างที่นีน่าบอกว่าในระหว่างทดลองคอนแทคเลนส์ จะมีพนักงานช่วยแนะนำการใส่คอนแทคเลนส์ที่ถูกวิธีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆค่ะ

ใครสนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/JJVisionCareThailand หรือมารับบริการตรวจวัดสายตาและทดลองเลนส์ด้วยตัวเอง ได้ที่จุดให้บริการทดลองคอนแทคเลนส์ จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ในร้าน KT Optic สาขา เมกะ บางนา และยังมีอีก 1 สาขาที่ Optic Square สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ด้วยนะคะ

1

Content sponsored by Johnson & Johnson Vision Care Thailand



@NinaPraewpetch

Instagram


Fatal error: Cannot use object of type WP_Error as array in /home/ninabeau/domains/ninabeautyworld.com/public_html/wp-content/plugins/qode-instagram-widget/lib/qode-instagram-api.php on line 226