วิธีการเลือกซื้อแหวนเพชรใส่เอง เลือกยังไง? ดูยังไงให้เพอร์เฟ็ค?

หลายๆท่านเห็นหัวข้อเรื่องและภาพที่นีน่าแปะไว้ให้ดู คงจะทราบกันแล้วนะคะว่าวันนี้นีน่าจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อแหวนเพชรสำหรับใส่เอง นีน่าเชื่อว่าเพชรเป็นสิ่งที่คู่กับผู้หญิง เมื่อเราเก็บสะสมเงินได้ระดับนึง ลองหาซื้อแหวนเพชรเล็กๆมาประกับนิ้วซักวง นอกจากจะเป็นเครื่องประดับที่มีคุณค่าทางจิตใจ ช่วยเสริมให้บุคลิกเราดูดี  ใส่แล้วทำให้ผู้หญิงอย่างเรามีความมั่นใจยิ่งขึ้น เพชรยังเป็นสินค้าที่มีมูลค่ามากมาย ราคาอาจจะสูงกว่าพลอยชนิดอื่นๆ แต่ถ้าเราเก็บดูแลไว้อย่างดี จะสามารถเก็บสะสมไว้ได้จนชั่วลูกชั่วหลาน มูลค่าไม่เสื่อมหายไปอย่างแน่นอนค่ะ ^^

5

นีน่าเชื่อว่าสาวๆหลายๆท่านก็คงจะชื่นชอบเพชรแบบนีน่าใช่มั๊ยล่ะคะ คำนิยามที่ว่า “Diamonds are Forever” และโดยเฉพาะ “Diamonds are Girls’ Best Friends” ทำให้เราหลายๆคนอยากเก็บเงินซื้อใส่เองซักวง (ไม่ต้องรอให้ใครมาซื้อให้ >< เพราะอันนั้นอาจรอนานหน่อย T T) นีน่าเข้าใจว่านี่อาจจะเป็นแหวนวงแรกของสาวๆหลายๆท่าน และไม่รู้ว่าเราจะเริ่มยังไงก่อนดี ดังนั้นบทความวันนี้นีน่าจะมาแนะนำวิธีการเลือกเพชรอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาด สี ความสะอาด รูปแบบเพชรต่างๆ จนกระทั่งรายละเอียดราคาทั้งหมดค่ะ ^^ ถ้าอยากรู้ ตามนีน่ามาเลือกแหวนไปพร้อมๆกันเลยนะจ้ะ

1. ตั้งงบประมาณในใจ

ก่อนจะไปเลือกซื้อ เราควรมีตัวเลขคร่าวๆในใจก่อนค่ะ ว่าเราจะให้งบกับแหวนวงนี้ซักประมาณเท่าไร ปกติแล้วแหวนเพชรจะราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาทค่ะ (เป็นราคาเริ่มต้นสำหรับเพชรที่มี Certificate จาก GIA) อย่างตัวนีน่าเองครั้งนี้มีงบคร่าวๆ 50,000 บาทบวกลบได้อีกเล็กน้อยค่ะ

2. เลือกร้านที่เราไว้ใจ

1ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือเลือกร้านที่เราจะซื้อเพชรค่ะ เนื่องจากเพชรเป็นของมูลค่าสูง การดูสีเพชร ดูน้ำ ดูตำหนิ ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ยังไงมองด้วยตาเปล่าก็ดูไม่ออกค่ะ ดังนั้นสถานที่จำหน่ายต้องเป็นที่ที่เราไว้ใจมากที่สุด อย่างตัวนีน่าเองซื้อที่ร้าน Ananta (อนันทา) ทุกครั้งค่ะ เนื่องจากเป็นร้านของเพื่อนนีน่าเอง และนีน่าเชื่อว่าสาวๆหลายๆท่านคงเคยได้ยินชื่อร้านนี้มาบ้าง ไม่ว่าจะเห็นใน Club Friday The Series หรือละครหลังข่าวทางช่อง 3 อีกหลายเรื่อง รวมถึงใน community เว็ปต่างๆอย่างในพันทิพย์เอง ก็พูดถึงร้าน Ananta เยอะมากมายค่ะ

3

สาขาที่นีน่าไปวันนี้คือที่ Central World ชั้น 1 โซน Dazzle ค่ะ ชอบมาสาขานี้เพราะเป็นสาขาใหญ่ โอ่อ่า ตกแต่งสวยงาม มีเครื่องประดับให้เลือกดูมากมาย และยังมีโซนให้นั่งเลือกสบายๆด้วยค่ะ (แอบเห็นลูกค้าคนอื่นๆมาเป็นคู่เลือกแหวนแต่งงานกันก็เยอะอยู่ อิจฉาดีมั๊ย? ><)

4

ภายในร้าน นอกจากจะมีแหวนของสาวๆแล้ว ยังมีแหวนสำหรับหนุ่มๆ แหวนคู่ แหวนแต่งงาน และเครื่องประดับอื่นๆอีกมากมายเลยค่ะ ทำให้นีน่าเองเกือบหลุดโฟกัสไปหลายรอบ >< ท่องเอาไว้ว่าวันนี้เรามาเลือกแหวน

24

รู้งบตัวเองแล้ว ได้สถานที่ที่น่าไว้ใจแล้ว คราวนี้มาเริ่มเลือกแหวนกันเลยดีกว่าค่ะ

3. เลือกแบบแหวน

7

ก่อนอื่นเรามาเลือกแบบแหวนกันนะคะ สามารถบอกพนักงานในร้านได้เลย ว่าเราอยากได้แหวนใส่เล่น โดยมีงบประมาณคร่าวๆเท่าไร จากนั้นพนักงานจะให้เราได้ดูแบบแหวนที่เหมาะกับความต้องการของเราค่ะ

6

ตัวแหวนมีหลายแบบให้เราเลือกเลยค่ะ ถ้าแบ่งคร่าวๆจะได้ออกเป็น 5 แบบตามภาพด้านล่าง ‘Solitaire’ จะเป็นเพชรเม็ดเดี่ยวๆ ‘Side Stones’ จะมีเพชรขนาดเล็กลงมาหน่อยขนาบข้าง 2 ข้าง ‘Diamond Band’ จะใช้เพชรเม็ดเล็กๆหลายๆเม็ดมาล้อมรอบตัวแหวน ‘Complicated’ จะเป็นการออกแบบตัวแหวนที่มีความสลับซับซ้อน และมีสไตล์แปลกใหม่ ส่วนสุดท้าย ‘Besiege’ จะมีเพชรเล็กๆล้อมรอบเพชรเม็ดใหญ่เม็ดกลางค่ะ

26

ส่วนตัวนีน่าเองจริงๆแล้วชอบแบบ Solitaire มากที่สุดค่ะ เพราะดูเรียบๆ แต่สง่าสวยงาม แต่เพราะมีแหวนใส่เล่นแบบนี้อยู่แล้ว ครั้งนี้เลยอยากได้อีกสไตล์มาใส่บ้างค่ะ เลยเลือกดูแบบที่เป็น Diamond Band และ Complicated บ้าง

8

เลือกไปเลือกมา สรุปว่าชอบทั้งหมด 4 แบบค่ะ โดยที่แบบทั้งหมดจะอยู่ที่ราคาระหว่าง 30,000-40,000 บาท (ยังไม่รวมเพชรเม็ดกลาง) คราวนี้เลยต้องมาลองเลือกดูว่าชอบแบบไหนมากที่สุด โดยนีน่าลองสวมทั้งหมดที่นิ้วเปรียบเทียบกันดู ต้องบอกว่าระหว่างเลือก มีความสุขจนบอกไม่ถูกเลยค่ะ 555 สุขกว่าเวลา shopping เสื้อผ้า หรือรองเท้าอีก >< เลือกแหวนเพชรนี่สนุกเทียบเท่ากับตอนเลือกซื้อเครื่องสำอางเลยแหละ ^^

9

สุดท้ายมาลงเอยที่  2 วงนี้ค่ะ ต้องขอบคุณพี่พนักงานมากๆที่ช่วยแนะนำ และออกความคิดเห็นช่วยนีน่าดูว่าแบบไหนเหมาะกับบุคลิก และลักษณะนิ้วนีน่ามากที่สุด ตัวแหวนของวงแรกจะมีเพชรเม็ดเล็กๆเป็นเส้นคาด 2 เส้น ส่วนอีกวงจะเป็นเส้นคาดเดี่ยวๆค่ะ ราคา 34,000 และ 32,000 บาทตามลำดับ ไม่รวมเพชรเม็ดกลางและยังไม่รวมส่วนลด (ราคาตัวแหวนจะมีโปรโมชั่นส่วนลดเป็นช่วงๆไปค่ะ แต่ราคาเพชรใหญ่เม็ดกลางจะเป็นราคา fix) ต้องบอกก่อนว่าตัววงที่ให้เรามาลอง เพชรเม็ดกลางจะยังไม่ใช่ของจริงนะคะ ตอนนี้ยังเป็นคริสตัลอยู่ค่ะ เพราะเดี๋ยวเราต้องมาเลือกตัวเพชรเม็ดกลางอีกทีค่ะ ว่าอยากได้ขนาดเท่าไร ความใสหรือความสะอาดของน้ำจะเป็นยังไง

ในที่สุดนีน่าก็เลือกได้แล้วค่ะ แต่ตอนนี้นีน่าขออุบไว้ก่อนว่าสุดท้ายแล้วนีน่าเลือกตัวแหวนแบบไหน >< เอาเป็นว่าเรามาเลือกสเป็คเพชรเม็ดกลางก่อนดีกว่า แล้วมาดูแบบเสร็จสมบูรณ์ตอนสุดท้ายกัน!

4. เลือกสเป็คเพชร

10การเลือกเพชรเม็ดกลาง คือหัวใจสำคัญของการเลือกแหวนเพชรทั้งหมดค่ะ เราแบ่งการเลือกเพชรได้ออกเป็น 4 ขั้นตอนนั่นคือพื้นฐานเพชร 4CS

1. CARAT WEIGHT (กะรัต)

คือหน่วยที่ใช้เป็นมาตรฐานในการใช้ชั่งน้ำหนักเพชรและอัญมณีต่างๆโดยใช้ตัวย่อว่า ct ค่ะ ใน 1 กะรัตจะแบ่งเป็นหน่วยย่อย 100 หน่วย เรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า “ตัง” เช่น เพชรที่มีขนาด 0.50 ct. จะเรียกว่า 50 Points หรือ 50 ตัง

11ราคาของเพชรจะขึ้นอยู่กับตัวกะรัตค่ะ แต่ก็จะต้องดูคุณลักษณะอื่นๆ อีกมากมายด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพชรที่มีน้ำหนักกะรัตเท่ากัน อาจจะมีราคาที่แตกต่างกันได้นะจ้ะ และสิ่งที่หลายๆคนยังเข้าใจผิดนั่นคือราคาของเพชรจะไม่ได้สูงขึ้นในอัตราส่วนเดียวกับน้ำหนักกะรัตแต่จะถูกแบ่งตามช่วงน้ำหนัก เช่น เพชร 2 กะรัต ไม่ได้มีราคาเป็น 2 เท่าของ เพชร 1 กะรัต แต่จะมีราคาสูงขั้นกว่า 2 เท่าค่ะ

วันนี้นีน่าเลือกเพชรให้อยู่ในงบประมาณ 50,000 บาทตามที่ตั้งไว้ จึงได้ขนาดเพชรที่ 0.30กะรัต (30ตัง) ค่ะ ซึ่งพี่พนักงานบอกว่าเป็นขนาดพอเหมาะกับแบบแหวนที่นีน่าได้เลือกไว้ตอนต้นเลยค่ะ ^^

2. CUT (การเจียระไน)

วิธีการเจียระไนเพื่อให้สัดส่วนของเพชรมีความสวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำคัญในการเลือกเพชรค่ะ เพชรที่สวยควรมีสัดส่วนเหมาะสม ไม่ควรมีหน้ากว้างหรือแคบเกินไป และไม่ควรมีความลึกหรือตื้นจนเกินไป ส่วนลักษณะของแสง (Light’s Performance) ที่ดีนั้น แสงทั้งหมดจะต้องถูกสะท้อนมายังผู้สวมใส่ เพื่อส่งผลให้เกิด ความแวววาวและไฟประกาย (Brilliance and fire) สูงสุด

12

และเมื่อเจียระไนออกมาแล้ว เพชรจะมีรูปทรงต่างๆกันตามภาพด้านบนค่ะ ทรงที่ได้รับความนิยมและราคาสูงมากที่สุดจะเป็นเพชรทรงกลม ‘Round Shape’ ค่ะ ส่วนรูปทรงอื่นๆจะราคาใกล้เคียงกัน โดยไม่ได้สูงเท่าทรงกลมค่ะ

13

คราวนี้นีน่าขอเลือกทรงกลมนะคะ ถึงแม้จะราคาสูงกว่า แต่ดู classic และเข้ากับแบบแหวนที่สุดแล้ว ^^

3. COLOR (สี)

น้ำของเพชรจะมีหลายสีค่ะ แต่โดยทั่วไปเรามักจะพบเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวหรือไร้สี การลำดับสีของเพชรจะเริ่มจากไร้สีจนไปจนถึงปนเหลือง ส่วนเพชรที่มีสีเหลืองเข้ม น้ำตาล ฟ้า ชมพู ม่วง หรือส้มจะจัดอยู่ในอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเพชรแฟนซี

14การจัดแบ่งสีของเพชรต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะ เพราะสายตาของเราๆจะไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างของสีเพชรได้เลย ดังนั้นในตอนต้น นีน่าจึงแนะนำให้เลือกซื้อเพชรทุกเม็ดแบบมีใบ Certificate กำกับบอกสีของเพชรตาม “น้ำ” ระดับต่างๆ ถ้าใช้มาตรฐาน ของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่นิยมเรียกกันว่า ‘น้ำ’ โดยใช้อักษรตั้งแต่ D ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 100 คือเพชรสีใสที่สุด ไม่มีสี ถัดมาเป็น E ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 99  และ F ซึ่งเท่ากับนํ้า 98 ไล่ตามลำดับจนถึง Z ค่ะ

พี่พนักงานแนะนำให้เราเลือกสีประมาณ G หรือ H ค่ะ เนื่องจากเพชรไม่ได้เม็ดใหญ่มาก ถ้าเลือก D,E,F จะราคาสูงโดยเปล่า แต่ที่ Ananta จะไม่แนะนำให้เลือกเพชรเม็ดกลางสีต่ำกว่า H ค่ะ เพราะจะเริ่มดูออกได้ด้วยตาว่าสีเพชรเริ่มจะมีสีเหลืองนวลๆแล้ว ดังนั้นในครั้งนี้ นีน่าเลือกน้ำระดับ G color ค่ะ

4. CLARITY (ความสะอาด)

ความสะอาด หมายถึง ตำหนิที่เกิดจากธรรมชาติของเพชรค่ะ ดังนั้นเพชรที่ไม่มีมลทินและตำหนิ หรือมีน้อยก็จะยิ่งหายากและมีมูลค่าสูงขึ้น คุณภาพความสะอาดของเพชรภายใต้การใช้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่าสามารถแบ่งได้ตามด้านล่างนี้ค่ะ

15

เพชรส่วนใหญ่ในร้านอนันทา จะเป็นเพชรคุณภาพไม่ต่ำกว่า VS1 ค่ะ ซึ่งในครั้งนี้ นีน่าเลือกคุณภาพแบบ VS1 นะคะ แต่หากสาวๆต้องการคุณภาพอื่น ทางร้านก็มีให้เลือกด้วยเช่นกันนะคะ ^^

18

เมื่อเราเลือกลักษณะ spec เพชรที่เราต้องการได้เรียบร้อยทั้ง 4Cs แล้ว ทางร้านจะนำเพชรตามลักษณะที่เราต้องการออกมาให้เราตรวจเช็คดูอีกทีค่ะ ของนีน่าจะเป็น 0.30 Carat, Round Cut, G Color, VS1 Clarity ค่ะ (รูปด้านบนยังไม่ใช่เพชรที่นีน่าเลือกนะจ้ะ) การมาเลือกเพชรที่ Ananta จะมีความพิเศษกว่าร้านอื่นๆตรงที่เราสามารถเลือกสเปคทุกอย่างเองได้เลยค่ะ

5. ตรวจเช็คความสมมาตร Hearts and Arrows (H&A)

เพชรที่มีลักษณะ Hearts and Arrows จะใช้เรียกกับเพชรรูปทรงกลมเท่านั้นนะคะ ซึ่งหมายถึงเพชรที่ได้รับการเจียระไนได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จึงให้แสงสะท้อนที่แวววาวและเปล่งประกายสูงสุด ซึ่งใน Ananta จะคัดเลือกเพชรทรงกลมที่เป็น Hearts and Arrows มาขายให้ลูกค้าเท่านั้นค่ะ

16

ทางร้านจะนำเพชรที่เราเลือกมาให้ส่องดูความสมมาตรค่ะ ให้เรามองเพชรจาก 2 ฝั่งด้วยกัน เมื่อมองจากด้านแรกจะเป็นรูปหัวใจ 8 ดวงขนาดเท่าๆกัน และเมื่อมองอีกด้านของเพชรจะเห็นเป็นลูกศรทั้งหมด8 ศร ที่มีขนาดที่เท่ากัน และวางอย่างสมมาตรด้วย ตามรูปด้านล่างเลยค่ะ (ภาพใหญ่เป็นภาพที่นีน่าถ่ายจากกล้องตัวเองผ่านกล้องขยายของทางร้านเลยค่ะ เห็นชัดเจนแบบนี้เลย ส่วนภาพในกรอบเล็กๆสีดำ คือภาพ Hearts & Arrows ที่เพอร์เฟค สมมาตรแบบที่ควรจะเป็น จะเห็นว่าเหมือนกันเด๊ะ ^^)

17

6. ตรวจเช็คหมายเลขเพชรกับใบเซอร์

ใบรับรองเพชรเป็นเอกสารระบุข้อมูลและรายละเอียดของเพชรแต่ละเม็ด ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดในเรื่องของ ขนาด (Carat) สี (Color) ลักษณะมลทินหรือตำหนิ (Clarity) และการเจียระไน (Cut) โดยใบเซอร์เพชรที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดคือจากสถาบัน GIA (Gemological Institute of America) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และได้รับความนิยมมากที่สุด

19

สิ่งที่นีน่าชอบมากที่สุดสำหรับร้าน Ananta คือการที่ทางร้านให้ลูกค้าได้เช็คเบอร์เลเซอร์ที่ฝังอยู่บนเพชรทุกครั้งก่อนฝังและหลังฝัง โดยการใช้กล้องขยายส่องดูหมายเลขเพชร เพื่อมาเปรียบเทียบกับใบ Certificate จาก GIA ว่าหมายเลขตรงกันเรียบร้อยดีหรือไม่ค่ะ นีน่าจดหมายเลขเพชรนีน่าเอาไว้ด้วยนะคะ เพื่อตอนมารับแหวนจะได้เช็คอีกครั้งนึง ว่าเป็นเพชรที่เราเลือกไว้หรือไม่

 7. ใบรับแหวน + รอรับแหวน

20

เมื่อทุกอย่างตกลงกันเรียบร้อย เราเช็คของเสร็จเรียบร้อย ทางร้านจะออกใบรับแหวนให้เราโดยระบุรายละเอียดตัวเพชรไว้ทุกอย่าง รวมถึงแบบแหวนที่เราเลือกไว้ด้วยค่ะ  ราคาแหวนของนีน่าวงนี้ รวมทั้งหมดบวกส่วนลดแล้วอยู่ที่ 45,800 บาทนะคะ (ทางร้านจะมีส่วนลดเป็นช่วงๆค่ะ โดยลดราคาเฉพาะตัวแหวนเท่านั้นนะจ้ะ) ซึ่งเพื่อนนีน่าเคยบอกว่าทางร้าน Ananta รับประกันว่าราคาที่นี่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆหากทุกรายละเอียดเพชรเหมือนกัน และทางร้านยังรับประกันสินค้าตลอดอายุการใช้งานให้เราด้วยนะคะ

22

โดยในแบบที่นีน่าเลือกจะสามารถมารับแหวนได้ภายใน 3 วัน พี่พนักงานแจ้งว่าปกติแล้วทางร้านสามารถทำได้ให้เร็วที่สุดภายใน 1 ชม.หากแบบแหวนและเพชรที่เลือกไม่ซับซ้อนจนเกินไปค่ะ

8. รับแหวน

27

 

วันมารับแหวน นอกจากเราจะลองสวมใส่แหวนเราแล้ว ทางร้านยังนำเครื่องส่องหมายเลขเพชรมาให้เราดูอีกรอบด้วยค่ะ คราวนี้ส่องดูเพชรบนตัวแหวนตรงๆเลย เมื่อเช็คว่าหมายเลขเพชรตรงกับอันที่เราเลือกไว้แต่แรก ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ค่ะ ^^

21

ทางร้านจะนำแหวนจัดกล่องผูกโบว์สวยงามเหมือนรูปด้านบนเลยค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะซื้อให้ตัวเอง แต่เห็น packaging สวยงามแบบนี้ ดูแล้วยังไงก็มีความสุขเนอะ ^^

23

นอกจากใบเซอร์จากสถาบัน GIA, ตัวแหวนและกล่องแล้ว Ananta ยังออกใบเซอร์ของทางร้านพร้อมชื่อเราให้ด้วยค่ะ และจะมีผ้าเช็ดแหวนกับซองหนังสำหรับใส่แหวนแบบพกพามาให้อีกด้วย เช่นเวลาเราไปออกกำลังกายหรือไปสปาแล้วต้องถอดแหวนออกก่อน ใช้ซองหนังนี้ใส่แหวนจะสะดวกกว่าการต้องพกกล่องมากมายค่ะ สปาบางที่อาจมีกล่องใส่เครื่องประดับไว้ให้ แต่บางทีก็กลัวจะหายหรือลืมทิ้งไว้อีกเนอะ ^^

Conclusion

เอาเป็นว่าถ้าใครกำลังมองหาแหวนเป็นของขวัญให้คนพิเศษก็สามารถลองมาดูได้ที่ร้าน Ananta ดูนะคะ อย่างที่นีน่าบอกไปว่าร้านนี้ การันตีว่าให้ราคาดีกว่าร้านอื่นๆได้อย่างแน่นอน พนักงานน่ารัก ให้คำแนะนำดีมากๆ และที่สำคัญคือเป็นร้านที่ดารา คนดังต่างๆให้ความไว้ใจในการเลือกซื้อเครื่องประดับ แหวนวงต่อไปของนีน่า ก็คงไม่พ้นร้านเพื่อนนีน่าอีกแน่นอนค่ะ ><

25ครั้งนี้ถือว่านีน่าได้แหวนถูกใจตัวเองมากๆจริงๆค่ะ และนีน่าหวังว่าสาวๆคงได้รับประโยชน์ดีๆจากวิธีการเลือกแหวนของนีน่าไปไม่มากก็น้อยนะจ้ะ อย่าลืมว่า ทำงานเหนื่อยมามาก ต้องหาโอกาสตอบแทนสิ่งดีๆให้กับตัวเองบ้าง ไม่ต้องรอให้หนุ่มที่ไหนซื้อให้ เราซื้อให้ตัวเอง ภูมิใจกว่าเยอะ ^^

 
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ananta ได้ที่
www.AnantaJewelry.com
www.facebook.com/anantajewelry

 



@NinaPraewpetch

Instagram