นีน่าพาเที่ยว และ หาพิกัด Shopping ในห้าง Lotte World Mall ที่โซล เกาหลี

หลังจากที่นีน่าไปเที่ยวเกาหลีครั้งล่าสุดแล้วโพสภาพการshoppingอย่างเมามันส์มาให้เพื่อนๆดูในเพจ นึกไม่ถึงว่าจะมีคำถามเข้ามามากๆ เกี่ยวกับพิกัดร้าน shopping หรือราคาของชิ้นต่างๆที่นีน่าได้มา นีน่ากะไว้อยู่แล้วว่าจะมาเขียน blog เกี่ยวการไปเที่ยวในครั้งนี้ แต่ด้วยเหตุที่มีคำถามเข้ามาเยอะมากๆและตอบไม่ทัน เลยมาเขียนตอนนี้ซะเลยนะคะ ^^ คราวนี้จะเน้นไปที่การ shopping เป็นหลัก เอาให้ถูกใจสาวๆขาช้อปที่กำลังจะไปเกาหลีช่วงนี้กันไปเลย!

thumbต้องขออนุญาตบอกก่อนนะคะ ว่าเที่ยวนี้นีน่าได้รับเชิญจาก Lotte เกาหลีโดยตรงให้ไปในนาม Thai Blogger ชมอาณาจักรใหม่ของเค้าที่เพิ่งสร้างเสร็จประมาณเดือนที่แล้วเอง สำหรับเพื่อนๆที่คุ้นชื่อ Lotte ว่าเป็นแบรนด์หมากฝรั่งอยู่ อันนี้ไม่ใช่นะจ้ะ >< Lotte ที่เกาหลี ถือได้ว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ มีธุรกิจสากระเบือยันเรือรบ (ให้นึกถึงบริษัท CP ในเมืองไทย) มีทั้งห้างสรรพสินค้า, Duty Free, โรงแรม, สวนสนุก และอื่นๆอีกมากมาย และล่าสุด Lotte มีโปรเจกท์ยักษ์สร้างอาณาจักรใหม่ตามรูปด้านล่างเลยค่ะ

4

 ส่วนตึกที่นีน่าได้ไปชมเที่ยวนี้คือตึกเล็กๆด้านล่างทั้งหมด ซึ่งมีส่วนของห้างติดๆกัน 3 ห้างนั่นก็คือส่วนของ Avenuel, ห้าง Lotte World Mall และ ส่วนของ Duty Free ค่ะ ภายในจะมีทั้งโรงหนัง หรือแม้กระทั่ง Aquarium ส่วนตึกสูงๆที่ตั้งตระหง่าอยู่นั้นจะเป็น Lotte Castle Cold Residence Complex ตึกที่พักที่มีส่วนร้านนั่งชิลและจุดชมวิวบนยอดตึกที่สูงที่สุดใในเกาหลี ซึ่งตอนนี้กำลังสร้างอยู่ค่ะ มีแพลนว่าน่าจะเสร็จประมาณปี 2016 ซึ่งถ้าเสร็จจริงๆทั้งหมด จะมีส่วนใต้ดินที่ไปเชื่อมกับตึกโรงแรมฝั่งตรงข้าม สวนสนุกที่อยู่ฝั่งเยื้องๆกัน จะถือว่าเป็นอาณาจักร shopping ให้คนมาเดินเที่ยวเล่นที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีเลยค่ะ ^^

5ก่อนที่เราจะไป Shopping นีน่าให้ดูห้องพักก่อนน้า เที่ยวนี้จะพักที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากที่ Lotte Hotel World ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามตึก shopping นั่นเอง ห้องที่นีน่าพักเป็น Standard Double นะคะ ห้องอาจจะไม่ได้ใหญ่มากมายแต่ตกแต่งสวยงาม วิวสวยมากๆ นีน่าเช็คเรทมาให้ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราคาประมาณ 7,000-12,000 บาทต่อคืน ขึ้นอยู่กับวันและเดือนที่ไปพักค่ะ

2

และทาง Lotte ก็จัดเซ็ทของขวัญมาให้นีน่าเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น monopod พร้อมรีโมทคอนโทรลไว้ถ่ายรูปเล่น กระติกน้ำจากดีไซน์เนอร์ ของที่ระลึกจากเกาหลีไว้ให้ใส่พาสปอร์ท tagติดกระเป๋า และเครื่องสำอางน่ารักกุ๊บกิ๊บ

3และแล้วภารกิจของนีน่าสำหรับทริปนี้ก็มาถึงค่ะ ^^ mission ที่ทาง Lotte ให้นีน่าคือ shopping ของทางด้าน Fashion!! กระโดดดีใจใหญ่เลยเพราะทางถนัดอยู่แล้วเนอะ แล้วทาง Lotte ก็ให้ Cash Voucher มาช้อปปิ้งจำนวนนึง สามารถใช้จ่ายที่ไหนก็ได้ในอาราจักรของเค้า มีเวลาให้ 2 ชม.ถ้วนค่ะ (ต้องรีบสินะ) งั้นเรามาเริ่มภารกิจกันเลย!

14นีน่าเลือกที่จะเดินดูของ 2 ห้างหลักค่ะ นั่นก็คือส่วนของ AVENUEL และ Lotte World Mall ซึ่งทั้ง2ห้างนี้ แยกประเภทของสินค้าได้อย่างลงตัว การตกแต่งห้างก็สวยคนละแบบ แต่ทั้ง2ห้างก็สามารถเดินเชื่อมกันได้อย่างง่ายดายที่ชั้น5และชั้นล่างสุด ตรงทางเชื่อมก็มีร้านขายของเยอะแยะ แวะร้านนู้นทีร้านนี้ที เรียกว่าเดินไปเดินมายังไม่รู้เลยว่า เอ้านี่เราเชื่อมไปแล้วหลอ เพลินมากค่ะ

9AVENUEL

มาดูของที่ AVENUEL กันก่อนดีกว่าค่ะ ห้างนี้เรียกได้ว่าเป็นห้างที่มีแบรนด์ High Fashion จัดเต็มมากกว่า 200 แบรนด์ เอาเป็นว่าคิดถึงแบรนด์ Luxury ไหนออก ที่นี่จัดมาไว้ทั้งหมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ อมตะอย่าง Louis Vuitton, Chanel, Hermes, Dior, Gucci, Prada, Cartier และอื่นๆอีกมากมาย

10หรือจะเป็นแบรนด์วัยรุ่นสำหรับ young generation แบบเราๆ เช่น Kenzo, Moschino, Ted Baker, Comme Des Garcons, Jimmy Choo, Vivien Westwood หรือแม้กระทั่งแบรนด์ดังจากดีไซน์เนอร์เกาหลีเองก็มีให้เลือกมากมายเลยค่ะ

11ถ้าจะให้นีน่ามา shopping ในตึกนี้ งบคงหมดซะก่อน >< แต่ถือว่าคุ้มแสนคุ้มที่ได้มาเดินที่นี่ เพราะการตกแต่งสวยมากๆ ดูสง่างาม มีคลาส ด้วยสีขาว-ทองเป็นหลัก ส่วนชั้นวัยรุ่นจะเริ่มมีความเป็น modern ขึ้นมาหน่อย เดินถ่ายรูปได้มุมสวยๆกันเพลินไปเลยค่ะ

12

 คราวนี้จะลุย shoppin กันจริงจังซักที หลุดออกจาก AVENUEL ก็เชื่อมกับส่วนของ Lotte World Mall นะคะ

LOTTE WORLD MALL

ตึกนี้จะมีแบรนด์ต่างๆมากมาย ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่จะมีทั้งCosmetics ของแต่งบ้าน ของกิน ของ IT โรงหนัง ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ Aquarium ที่แยกชั้นกันอยู่ให้เราเดินสะดวก แบรนด์แฟชั่นจะเน้นความฮิป และ ไลฟ์สไตล์เป็นหลัก แบรนด์ inter ที่เรารู้จักกันดีก็จะมี H&M, Zara, Hollister, Uniqlo, Cath Kinstons และนอกนั้นจะเป็นแบรนด์เกาหลีเป็นซะส่วนใหญ่ ซึ่งนี่แหละที่นีน่าเล็งไว้ มาเกาหลีทั้งที จะshopก็ต้องshopแฟชั่นเกาหลีกลับบ้านเราสิเนอะ ^^ เริ่มเดินจากชั้น B1 ก่อนเลย ชั้นนี้เป็นชั้นทางเชื่อมที่นีน่าบอกว่ามีร้านเยอะแยะมากมาย ส่วยๆทั้งนั้นค่ะ

15Culture Call

ร้านนี้อยู่ชั้น B1 ใกล้ๆทางลงบันไดเลื่อนเลยค่ะ นีน่ามาหยุดสะดุดตรงหมวกสวยๆเยอะแยะมากมาย รวมถึง overcoat เท่ห์ๆด้วย ราคาถือว่าไม่ overpriced จนเกินไป

16อย่างหมวกใบนี้ราคา 38,000 won คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,100 กว่าบาทค่ะ ลองหลายรอบมาก คิดนานมาก สรุปก็ยังไม่ได้สอยมา เพราะคิดว่าแบบนี้เมืองไทยน่าจะมีอยู่น้าา ^^ แวะร้านต่อไปดีกว่า

17Valleygirl

เดินต่อมานิดนึงก็จะเจอร้านนี้ค่อ สะดุดตาด้วยป้ายไฟสีฟ้า และเสื้อแนว sweater และ cardigan น่ารักๆ เอาไว้ใส่เล่นที่ไทยช่วงเดือนธันวาน่าจะเวิร์คค่ะ แล้วก็ได้ลอง sweater แบบถักตัวนึง

18ตัวนี้ถ้าจำไม่ผิดราคาประมาณ 39,000 won หรือประมาณ 1,200 บาท ถือว่าราคา ok นะคะ ผ้านิ่มใส่สบาย สามารถใส่เป็น dress สั้นได้ แต่ตัดสินใจว่ายังไม่ได้ลอบมากขนาดนั้น เล็งไว้ก่อน งบเหลือแล้วเจอกัน ^^ คราวนี้มาต่อที่ร้านที่นีน่าชอบมากๆค่ะ

19 Plus S. C. U. E.

ที่บอกว่าชอบร้านนี้มากๆ เพราะมีขายแฟชั่นทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น overcoat, sweater, cardigan, กระเป๋า, หมวก, รองเท้าบูทสวยๆ ทั้งบูทสูง บูทเตี้ย และการออกแบบก็เป็นสไตล์ที่นีน่าชอบ คือเรียบๆแต่มีดีเทลเก๋ๆนิดๆ ดูminimalแบบมีคลาส นีน่าเลยได้แวะร้านนี้นานเลยค่ะ ได้ลองหลายๆอย่าง

20overcoat รูปด้านซ้ายที่นีน่าใส่ ลดราคาอยู่ที่ 59,000 won หรือประมาณ 1,800 บาท (เสื้อ coat ที่นี่คือราคาดีงาม) เนื้อผ้าใส่แล้วอุ่นมากๆค่ะ จริงๆแล้วชอบมากเลยนะ แต่นีน่าใส่แล้วรู้สึกหลวมมากไปหน่อย และสีคล้ายๆแบบนี้ นีน่ามีอยู่หลายตัวอยู่แล้ว จึงมาลองรองเท้าบูทดู อยากได้บูทสูงส้นเตี้ยที่เดินสบายๆพอดี ทั้ง2คู่ที่นีน่าลอง ราคาเดียวกันค่ะ คือ 79,000 won ประมาณ 2,300 บาท

21

แล้วสุดท้ายก็ได้บูทมา 1 คู่ค่ะ ใส่ออกมาสวย และที่สำคัญคือเดินสบายมากๆด้วย ^^ เสร็จไปหนึ่ง! งบยังพอเหลืออยู่ ลุยต่อกันเลย!

22J helen 

ร้านนี้ตกแต่งน่ารัก ดูแนว Girly หน่อยๆค่ะ นีน่าสะดุดตาอยู่กับเสื้อ overcoat ตัวนึง ดีเทลดูผู้ดีมากมายตรงปกเป็นขนfur และมีฮูทเป็นfurด้วยค่ะ ด้านหลังมียางยืดทำให้ชุดนี้เป็น Free Size คิดไว้ถ้าซื้อไป คุณแม่น่าจะใส่ได้ด้วยค่ะ ราคาอยู่ที่ 99,900 won หรือประมาณ 3,000 บาท ราคาดีงามเมื่อเทียบกับคุณภาพ แต่ปัญหาคือชอบทั้ง 2 สีเลย >< ซื้อสีไหนกลับไปดีนะ??

23สรุปว่าซื้อสีดำกลับมาค่ะ ใส่แล้วเลอะยากกว่า ใส่แล้วหุ่นดีกว่า คุณแม่ก็น่าจะชอบสีเข้มมากกว่า เลยจบที่สีดำค่ะ เจ้าของร้านน่ารักและบริการดีมากๆ ใครไป Lotte World Mall อย่าลืมลองแวะร้านนี้นะคะ ^^ ตอนนี้งบหมดแล้ว แต่เวลายังเหลืออยู่ พาสาวๆshopต่อดีกว่า

คราวนี้นีน่าขึ้นไปชั้น 1 ของห้างค่ะ คราวนี้ก็จะเป็นแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีขึ้นมาหน่อย

24H&M

แวะ H&M มาลอง overcoat ตัวนึงที่เตะตามากๆ เห็นแล้วลองเลย เพราะรู้ว่า H&M ที่ไทยไม่น่าเอา overcoat หนาๆแบบนี้มาขายแน่นอน ตัวนี้ใส่แล้วค่อนข้างหนักค่ะ เพราะหนาและมีหลายชั้นมากๆ อุ่นสุดๆ ราคาก็จะสูงกว่า shop ด้านล่างพอประมาณค่ะ เพราะไม่ใช่แบรนด์จากเกาหลี อย่างตัวข้างบนที่นีน่าใส่ราคา 199,000 won คิดเป็นเงินไทยคือประมาณ 5,800 บาท พูดถึงว่า overcoat เนื้อดีขนาดนี้ ดีไซน์เริ่ดแบบนี้ ถ้าไม่ติดที่ตัวใหญ่เกินนีน่า และหนักไปหน่อย โดนสอยกลับบ้านแน่นอนจ้า ><

25Hollister

ร้านนี้ที่เดินเข้าไปดูเพราะกลิ่นน้ำหอมลอยออกมาแตะจมูกค่ะ 555 ให้ลองคิดถึง Abercombie นะคะลักษณะคล้ายกันมากๆ (แต่หนุ่มๆในร้านไม่น่ารัก และไม่ได้หุ่นดีเท่า) Hollisterเป็นแบรนด์จากแคลิฟอร์เนียที่มีความเป็นอมเริกาหน่อยๆ นีน่าได้ลอง Cardigan ที่ตอนนี้ลดราคาพอดีค่ะ ชอบที่เนื้อนุ่มมากๆ เลยได้มาตัวนึงด้วยราคา 49,000 won ประมาณ 1,500 บาทค่ะ ลบหมดแล้ว อันนี้ควักเงินตัวเองจ่ายอย่างไม่เสียดายค่า ^^

33สรุปว่า Shopping เสร็จเรียบร้อย วันนี้นีน่าได้รองเท้าบูท 1 คู่, Overcoat ขนเฟอร์สีดำ 1 ตัว และ Cardigan ขนๆจาก hollister อีก 1 ตัว ทั้งหมดด้วยเงินรวมๆประมาณ 7,000 บาท คิดว่าราคาและคุณภาพที่ได้ น่าจะหาไม่ได้ในเมืองไทยค่ะ คุ้มสุดคุ้ม มาสมทบกับเพื่อนๆ ทุกคนดูเหนื่อยแต่มีความสุขด้วยถุง shopping เยอะแยะมาาก แลกของกันดูใหญ่ ^^ นี่แหละความสุขของผู้หญิงค่ะ

นอกจาก shopping แล้ว มีอีกหลายๆอย่างที่นีน่าจะไม่พูดถึงคงไม่ได้ อย่างแรกคือ Aquarium ของที่นี่ค่ะ

29Lotte World Aquarium

โลกใต้ทะเลตั้งอยู่ที่ชั้น B1 ใต้ตึก Lotte World Mall ค่ะ ที่นี่ถือว่าเป็น Aquarium ที่อยู่ indoor ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีทั้งหมด 10 โซนที่แบ่งตามความแตกต่างของสภาพน้ำทะเลค่ะ มีอุโมงค์ใต้น้ำ สัตว์น้ำหลากหลายชนิด มากกว่า 650 สายพันธุ์

30

 ที่นีน่าตื่นเต้นมากที่สุดคือ White Beluga Whale ปลาวาฬเบลูกาสีขาว (ภาพล่างซ้าย) ที่ถือว่าหายาก และ เลี้ยงยากมากๆในสถานที่ปิดแบบนี้ เป็นปลาวาฬที่น่ารัก และ friendly มากๆ ถือว่าเป็น highlight ของที่นี่เลยค่ะ นอกจากนี้ยังมี Main Tank, Penguin, King Crab, Otter, Jellyfish, School of fish และอื่นๆที่สวยงามอีกเยอะมากค่ะ

นอกจากนี้เรายังได้มีโอกาสไป supermarket หรือ Lotte Mart ของเค้าที่มีของขายหลากหลายมากมาย

32

Lotte Mart

ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ ความใหญ่โตพอๆกับ Tesco หรือ Big C บ้านเรา แต่ตกแต่งดูสวยหรูเหมือนอยู่ใน Gourmet Market มีของขายทุกอย่าง แยกโซนกันอย่างชัดเจนค่ะ มีโซนสำหรับของฝากนักท่องเที่ยวด้วยน้า ซึ่งจะมาซีรีย์เกาหลีเป็นเซ็ทๆมาขายเลย รวมถึงพวกโสม สาหร่าย และของดังอย่างกิมจิให้นักท่องเที่ยวอย่างเราแวะซื้อของฝากด้วย แต่โซนที่นีน่าตื่นเต้นมากที่สุดคือโซนสัตว์เลี้ยง ที่รวมอยู่ในห้าง แต่น่าแปลกที่ไม่มีกลิ่นเหม็นใดๆเลย ทุกอย่างสะอาดมากๆ เดินกันจนเพลิน ได้ของติดไม้ติดมือมากันคนละนิดค่ะ ^^

และสุดท้ายคือเรื่องอาหารที่ได้มาลองชิมในทริปนี้ เอาเป็นว่านีน่าเลือกร้านเจ๋งๆมาฝากเพื่อนๆละกันนะคะ ทุกร้านอยู่ในบริเวณ Lotte World Mall ทั้งหมด ถือว่าใครไป shopping ที่นู่น ก็ยังรู้พิกัดร้านอาหารด้วยค่ะ

27Villa de Charlotte

เป็นร้าน Brunch ที่ขายขนมเบเกอรี่ เค้ก ช็อคโกแล็ตน่ารักๆ ส่วนของตาวก็จะมีพวกแซนวิช พิซซ่า วาฟเฟิลสำหรับมื้อเช้าๆ และเครื่องดื่มอร่อยๆมากมายค่ะ ร้านนี้อยู่ที่ชั้น B1 ตรงข้ามทางเข้าโซน AVENUEL เลยค่ะ

26แดจังกึม 

อ่านจากภาษาเกาหลีแล้วออกเสียงว่าแดจังกึมเลยค่ะ ตั้งอยู่ที่ชั้น5 โซน Lotte World Mall เป็นอาหาร traditional ของเกาหลีแบบดั้งเดิม มีกิมจิหลากหลายแบบ เครื่องเคียงเยอะเหมือนเดิม ที่นีน่าชอบคือเมนูเส้นบุกผัดแบบร้อน และแบบเย็น เห็นเค้าเรียกกันว่า “ชัพเช” (ไม่แน่ใจออกเสียงถูกรึเปล่านะคะ) และมีสลัดแบบสดๆให้ทานด้วย ส่วนจานหลักคือเนื้อย่าง ทานกับซุปและข้าวค่ะ เนื้อเหนียวไปหน่อย แต่รสชาติอร่อยมากๆ ^^

28 Viking’s Wharf

เป็นร้านที่ต้องพูดถึงมากที่สุดในทริปนี้ ร้านนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในร้านบุฟเฟ่ห์ซีฟู๊ดที่ดีที่สุดในโลก เป็นซีฟู้ดคุณภาพที่ดีที่สุดที่นีน่าเคยได้ลองค่ะ มีทั้งกุ้งlobster ปูยักษ์หลากหลายแบบ หอยหลายชนิด ปลาหมึกยักษ์ และอื่นๆอีกมากมาย ทานแบบชนิดไม่อั้นค่ะ เค้าบอกว่าของซีฟู้ดimport ส่งตรงแบบสดๆจากทั่วโลกมาทุกวัน ดังนั้นจึงเป็นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมที่นี่จึงรับเงินดอลลาร์ด้วยค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น4 โซน Lotte World Mall ราคาบุฟเฟ่ต์ต่อหัวอยู่ที่ $100 หรือประมาณ 3,000 บาท (อาจดูเหมือนราคาสูงมากๆ แต่ถ้าแค่มาทานกุ้งlobster ซัก 3-4 ตัวก็คุ้มแล้วค่ะ ^^)

13

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับทริปพาเที่ยว พากิน และ Shopping ของนีน่าใน Lotte World Mall ในครั้งนี้ หวังว่าสาวๆคงฟินกันเต็มอิ่มนะคะ นีน่าถือว่ามาพักที่ Lotte สามารถมากันได้ทั้งครอบครัว สาวๆท่านไหนมีลูกแล้ว สามารถให้ลูกๆเล่นในสวนสนุก Lotte หรือพาไปดู Aquarium ส่วนคุณแฟนๆหนุ่มๆทั้งหลาย สามารถ shopping IT หาของทานเล่น ดูหนัง หรือ shopping แฟชั่นของผู้ชายก็ได้เหมือนกันค่ะ และเราก็สามารถ shopping ได้สบายใจ ^^ ย้ำว่าทุกอย่างอยู่ในบริเวณเดียวกันหมดค่ะ หน้าหนาวอย่างนี้ แทบไม่ต้องออกไปโดนลมหนาว เพราะทุกตึกเชื่อมกันด้วยทางเชื่อมใต้ดินค่ะ

8

สำหรับนีน่า ถามว่าแฟชั่นที่นี่สรุปโดยรวมแล้วน่าซื้อมั๊ย พูดเลยว่าแฟชั่นหน้าหนาวน่าซื้อมากมายค่ะ พวกรองเท้าบูท เสื้อโค้ทต่างๆ เพราะดีไซน์เค้าเก๋ สวยแบบในซีรีย์เกาหลีที่เราดูๆกัน ส่วนราคา ก็ไม่ได้สูงเกินไป แต่อาจจะสูงกว่าแหล่งช็อปนอกห้าง เช่น เมียงดง แต่นีน่ากล้าพูดว่าคุณภาพต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่เรื่องบรรยากาศ ถ้าสาวๆอยากเดินช็อปปิ้งไป ทานต๊อกบ๊อกกี่ข้างทางไปเหมือนนางเอกซีรีย์เกาหลี ต้องเมียงดงจริงค่ะ ส่วนที่นี่ เหมาะกับสาวๆที่รักความสะดวกสบาย หรือมากันเป็นแบบครอบครัว มีผู้ใหญ่ มีเด็ก รับรองว่าจะติดใจที่นี่

34ทริปนี้ต้องขอขอบคุณทาง Lotte World มากๆค่ะ จริงๆแล้วมีอีกหลายอย่างที่ได้ไป ได้เห็นในทริปนี้ แล้วไม่สามารถเอามาบอกทั้งหมดได้ เพราะมันเยอะแยะนับไม่ถ้วนจริงๆ แต่นีน่าประทับใจหมดทุกอย่าง ^^ ต้องขอบคุณพี่สาวเอิ๊กด้วย ไปเป็นคนไทย 2 คนในทริปนี้ สนุกสนาน เฮฮา เหน็ดเหนื่อยด้วยกัน ใครอยากดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาณาจักร Lotte แห่งนี้ ลองเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.lwt.co.kr ได้เลยค่ะ แล้วเจอกันใหม่ในทริปหน้านะจ้ะ บ๊ายบายยย 🙂



@NinaPraewpetch

Instagram